Categories
กีฬาเอ็กซ์ตรีม

เคอร์ลิง (Curling) กีฬาแปลกแต่ลุ้นแรงมาก

หากคุณเป็นแฟนมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว คงจะได้เห็นกีฬาที่ชื่อว่า เคอร์ลิง (Curling) ทำการแข่งขันผ่านตากันอยู่บ้าง กีฬาแปลกที่ต้องใช้ไม้ถู ๆ ไปบนพื้นลานน้ำแข็ง และเห็นวัตถุลักษณะคล้ายหม้อน้ำไหลอยู่บนพื้น ช่างสร้างความฉงนให้ต้องติดตาม คุณรู้หรือไม่ว่าเจ้ากีฬาเคอร์ลิงนี้ก็จัดว่าเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมชนิดหนึ่งด้วยเช่นกัน แม้ความหวาดเสียวจะสู้กีฬาชนิดอื่นไม่ได้ แต่ก็ทำให้ลุ้นกับผลการแข่งขันได้ไม่น้อยเลย

ทำความรู้จักกับ เคอร์ลิง (Curling) กันก่อน

เคอร์ลิงเป็นกีฬาประเภททีมที่มีผู้เล่นในทีม 3-4 คน เริ่มจากผู้เล่นแต่ละทีมเริ่มผลักอุปกรณ์ที่เป็นก้อนหินแกรนิตที่ เรียกว่า สโตน (Stone)ให้ไหลไปบนพื้นลานน้ำแข็ง เพื่อให้ก้อนหินนั้นเข้าใกล้เป้าหมายที่แบ่งศูนย์กลางออกเป็นสี่ชั้น ที่เรียกว่า เฮ้าท์ (House) เป้าหมายคล้ายการเล่นเปตอง แต่เคอร์ลิงจะมีผู้เล่นที่ช่วยกันใช้อุปกรณ์คล้ายไม้ถูพื้นถูไปบนลานน้ำแข็งเพื่อบังคับทิศทางให้เจ้าสโตนเคลื่อนที่ไปใกล้เป้าหมาย ขึ้นอยู่กับการวางแผนและการควบคุมแรงเสียดทานของพื้นน้ำแข็งที่มีต่อก้อนหินที่ไถลบนพื้น เพื่อให้ได้คะแนนมากที่สุด แม้เคอร์ลิงจะเป็นกีฬาที่ไม่ได้เน้นการปะทะทางร่างกาย แต่ผู้เล่นก็มีความจำเป็นจะต้องฝึกฝนตัวเองให้เกิดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อหลัง รวมไปถึงลำตัวเพื่อที่จะสามารถใช้ทักษะการถูพื้นน้ำแข็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความเป็นมาของกีฬาที่ใครต่างแซวว่าเป็นกีฬาแม่บ้านนี้ มีการค้นพบหลักฐานว่าเกิดขึ้นในประเทศสกอตแลนด์ ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ซึ่งเป็นอุปกรณ์การเล่นคือก้อนหินแกรนิตที่สลักปี ค.ศ. 1511 และมีบันทึกของทนายความชาวสกอตแลนด์ที่บันทึกถึงการแข่งขันเคอร์ลิงครั้งแรกเมื่อปี 1541 เอาไว้ด้วย ซึ่งเป็นการแข่งขันเคอร์ลิงระหว่างบาทหลวงและญาติ ๆ ที่โบสถ์ Paisley Abbey และคำว่า เคอร์ลิงก็ถูกเรียกเป็นชื่อของกีฬาชนิดนี้เป็นครั้งแรกในเมืองเพิร์ธ ประเทศสกอตแลนด์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1620 เป็นต้นมา           

เคอร์ลิง กีฬาแห่งการแสดงน้ำใจ

สิ่งที่ทำให้กีฬาเคอร์ลิงแตกต่างจากกีฬาประเภทอื่น ๆ อย่างเด่นชัดก็คือหลักน้ำใจนักกีฬาที่ดี ที่เรียกว่า “Spirit of Curling” ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่นักกีฬาเคอร์ลิงจะใช้แสดงน้ำใจต่อคู่ต่อสู้ หลังจากทำการแข่งขันกันแล้วเสร็จจนได้ผู้ชนะ นักกีฬาเคอร์ลิงจะไม่มีการว่ากล่าวฝ่ายตรงข้ามเรื่องความผิดพลาด และไม่แสดงความดีใจจนออกนอกหน้าหรือแสดงกิริยาที่แสดงความเยาะเย้ย รวมถึงการฉลองชัยชนะบนลานน้ำแข็งนั้นจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะมีการแข่งขันจนได้ทีมผู้ชนะเป็นทีมสุดท้ายของการชิงแชมป์ ซึ่งจะเป็นการร่วมสรรเสริญทีมผู้ชนะอย่างยิ่งใหญ่เลยทีเดียว

เมื่อมีการติดต่อทางการค้าระหว่างประเทศ วัฒนธรรมการเล่นกีฬาเคอร์ลิงก็ได้รับการถ่ายทอดและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ได้มีการกำหนดกติกาการเล่นขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1838 เคอร์ลิงได้รับการบรรจุเข้าเป็นหนึ่งในมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่างกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ครั้งที่ 1 ที่เมืองซาโมนิกซ์ ประเทศฝรั่งเศส ในปี ค.ศ.1924 และได้ถูกยกเลิกไป จนกระทั่งมีการนำกีฬาชนิดนี้ กลับมาแข่งขันใหม่อีกครั้ง ในปี 1988 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

Categories
กีฬาเอ็กซ์ตรีม

สตรีท ลูจจ์ (Street luge) กีฬาอันตรายท้าทายแรงโน้มถ่วง

ถ้าหากคุณรู้จักกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลกอย่างสเกตบอร์ด คุณก็น่าจะเคยรู้จักกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่การเล่นต้องอาศัยแผ่นกระดานติดล้อที่มีลักษณะคล้ายสเกตบอร์ดที่ชื่อว่า สตรีท ลูจจ์ (Street luge) แต่การเล่นนั้นแสนจะแตกต่างกับสเกตบอร์ดโดยสิ้นเชิง เพราะสตรีท ลูจจ์ ต้องใช้แผ่นกระดานขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อในผู้เล่นนอนราบลงบนกระดานนี้ ก่อนปล่อยให้ไหลลงจากที่สูงตามแรงโน้มถ่วงของโลก ไถลไปตามทางริมถนน โดยที่ไม่มีเบรกและบังคับความเร็วที่มากกว่า 112 – 164 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไม่ได้ นับว่าเป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่นับว่าอันตรายมากเลยทีเดียว

กีฬาที่ค้นพบด้วยความบังเอิญ

สตรีท ลูจจ์เกิดขึ้นในแถบแคลิฟอร์เนียตอนใต้ จากนักเล่นกีฬา Downhill Skateboard ที่ค้นพบว่าการเล่นสเกตบอร์ดที่ไถลลงบนถนนของพวกเขาสามารถทำความเร็วได้เพิ่มมากขึ้น เมื่อใช้การนอนราบไปบนแผ่นสเกตบอร์ด จึงเรียกว่า “Laydown Sketebording”

กลางปี 1990 สตรีท ลูจจ์ได้รับความนิยมจนมีการจัดการแข่งขันขนาดเล็กขึ้นในแคนาดา แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี สวีเดนและสหราชอาณาจักร ซึ่งกติกาจะแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ แต่หลังจากช่วงปลายปี 1990 ไปจนถึงต้นปี 2000 ความนิยมของกีฬาสตรีท ลูจจ์เพิ่มมากขึ้น และกำลังเติบโตในหลาย ๆ ประเทศ จนปัจจุบันมีผู้หลงใหลในสตรีท ลูจจ์ทั่วโลกกว่า 1,200 คน

เนื่องจากเป็นกีฬาที่มีความอันตราย นอกจากผู้เล่นจะต้องมีทักษะในการเล่นแล้วนั้น ผู้เล่นก็จำเป็นที่ต้องป้องกันการบาดเจ็บของตัวเองด้วยการสวมอุปกรณ์ป้องกัน ซึ่งมีสิ่งที่ประกอบด้วย ดังนี้

  1. หมวกนิรภัยแบบแข็งที่มีสายรัดคาง เพราะ เป็นกีฬาที่ใช้ความเร็วเป็นอย่างมากและในบางครั้งผู้เล่นไม่สามารถควบคุมทิศทางและความเร็วได้ อาจจะทำเกิดอุบัติตุที่กระทบกระเทือนที่ศีรษะไม่มากก็น้อย เพราะฉะนั้นการป้องกันศีรษะของตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ
  2. โล่บังใบหน้าหรือแว่นตา เนื่องจากการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วจนทำให้เกิดการโต้กันระหว่างใบหน้าและสายลม แถมด้วยการนอนราบที่ทำให้ศีรษะใกล้กับพื้นถนน หากไร้เครื่องป้องกันเหล่านี้ ก็อาจทำให้ใบหน้าและดวงตาได้รับบาดเจ็บ
  3. ชุดหนังหรือชุดป้องกันที่เรียกว่า Kevlar racing suit การไหลลงจากที่สูงด้วยความเร็วกว่า 112 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แน่นอนว่าร่างกายของผู้เล่นสตรีท ลูจจ์ จะถูกเสียดสีทั้งจากลมหรือพื้น การสวมชุดปกคลุมร่างกายที่มีความหนาและความยืดหยุ่น จะช่วยปกป้องร่างกายของผู้เล่น รวมถึงช่วยลดแรงเฉื่อยในการไหลลงจากที่สูง ทำให้ได้ท้าทายความเร็วเพิ่มขึ้นอีกด้วย
  4. ถุงมือหนัง หรือ Leather or Kevlar gloves อุปกรณ์สำคัญอีกอย่างที่สำคัญ ที่ช่วยให้ผู้เล่นยึดเกาะกับกระดานได้เป็นอย่างดี และแน่นอนว่าช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่มือหากเกิดการเสียดสีกับพื้นถนน
  5. รองเท้า ถึงแม้การเล่นสตรีท ลูจจ์จะเป็นการนอนราบไปกับแผ่นสเกตบอร์ด แต่รองเท้านับเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อการไหลของสตรีท ลูจจ์ถึงจุดสิ้นสุด ผู้เล่นมักจะใช้เท้าชะลอความเร็ว             

นอกจากทักษะส่วนบุคคลที่จำเป็นอย่างยิ่งในการเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมแล้ว สตรีท ลูจจ์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า อุปกรณ์ที่ดีจะช่วยป้องกันอันตรายสร้างความปลอดภัยให้แก่ตัวผู้เล่นก็เป็นส่วนสำคัญนอกเหนือไปจากทักษะส่วนบุคคลที่มี เพราะแม้ว่าจะชอบกีฬาที่ท้าทายโลดโผนแค่ไหน หากเจ็บหนักจากการเล่นกีฬานั้นก็คงไม่สนุกเป็นแน่

Categories
กีฬาเอ็กซ์ตรีม

เด้งให้ตัวลอยกับ Blobbing ถุงลมแห่งฤดูร้อน

ในปัจจุบันการเล่นแนวผาดโผนผจญภัยเริ่มได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง จนทำให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์เกิดขึ้นมากมาย และแน่นอนว่าภายในสถานที่ท่องเที่ยวที่เน้นการผจญภัยแบบใช้กำลังจะต้องมีเครื่องเล่นที่สร้างความหวาดเสียวกับผู้ใช้บริการ ซึ่งจะขาดไม่ได้เลยกับกิจกรรม Blobbing ที่ถูกจัดเป็นกีฬาทางน้ำกลางแจ้งที่มีกติกาการเล่นไม่ยาก เพียงแค่มีผู้เล่นหนึ่งคนนั่งอยู่ตรงส่วนท้ายของถุงลมขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ เรียกว่า Water trampoline หลังจากนั้น ผู้เล่นอีกหนึ่งหรือสองคนจะกระโดดลงไปยังถุงลมยักษ์ในฝั่งตรงข้าม แล้วผู้เล่นคนแรกก็จะถูกดีดตัวขึ้นไปลอยอยู่ในอากาศก่อนตกลงสู่พื้นน้ำด้านล่าง กิจกรรม Blobbing เป็นที่นิยมมากในค่ายฤดูร้อน ทางแถบอเมริกาเหนือ

Blobbing จากอุปกรณ์ทางการทหารสู่การเล่นสุดมันส์

แต่เดิม Blobs คือถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ที่เป็นอุปกรณ์ทางการทหาร มีลักษณะเป็นถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลงที่ลอยอยู่ข้างเรือ มีลูกเรือที่กระโดดจากเรือสู่ถุงลมยักษ์เป็นครั้งแรก เมื่อเวลาผ่านไปก็เกิดเป็นที่นิยมในหมู่ลูกเรือ แต่มีบันทึกถึงการใช้งานครั้งแรกของ Blobs ว่าเกิดขึ้นที่ค่ายฤดูร้อนก็ตาม จนกระทั่งมีการสร้างถุงลมยักษ์อย่างจริงจังโดยบริษัทในเท็กซัส ในเวลาต่อมาก็ยกเลิกการผลิตลง แต่ในทางกลับกัน Blobs ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนบริษัทอื่น นำไปพัฒนา ออกแบบ และผลิต Blob จนมีรูปแบบเป็นถุงลมขนาดใหญ่ โดยใช้ผ้าไวนิลเคลือบสองชั้น จนมีตัวแทนจำหน่าย Blobs อยู่ในหลาย ๆ ประเทศ แทบทุกมุมโลก

Blobbing ได้รับความนิยมจนได้มีการจัดแข่งขันชิงแชมป์ยุโรป เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2011 จนถึงปัจจุบันก็ยังมีการจัดแข่งขันไปทั่วยุโรป แม้จะมีกฎระเบียบเข้มงวดที่เพิ่มขึ้นตามความเหมาะสม แต่ Blobbing ก็ยังคงเป็นกิจกรรมที่สนุกและให้ผู้เล่นได้รู้สึกถึงความอิสระ อย่างไรก็ดี การเล่น Blobbing ผู้เล่นก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งในฐานะคนที่เป็นฝ่ายกระโดด หรือฝ่ายที่ถูกดีดจนตัวลอย ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างมากที่ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันร่างกายอย่าง หมวกกันน็อค อุปกรณ์ความปลอดภัยนี้จะช่วยป้องกันความบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการกระโดดลงบนถุงลมยักษ์ หรือในระหว่างที่ผู้เล่นตกลงน้ำ ผลกระทบจากการปะทะลงบนพื้นผิวของถุงลมยักษ์หรือพื้นผิวของน้ำก็อาจสร้างอันตรายได้ หากไม่ได้รับการป้องกันอย่างถูกต้อง อย่างเช่น เด็กชายคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บขณะเข้าค่ายที่ศูนย์ฟื้นฟู อุบัติเหตุเกิดขึ้นเนื่องจากเด็กชายขาดอุปกรณ์ป้องกัน และได้บิดตัวเมื่อเขากระแทกพื้นน้ำ เขาถูกส่งตัวไปที่ศูนย์พยาบาลโดยเฮลิคอปเตอร์ไปที่ศูนย์การแพทย์สำหรับเด็กในเมืองฟอร์ตเวิร์ธ เพราะเขาหมดสติไปชั่วขณะหนึ่ง นับเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งแรกของค่ายแห่งนี้ เนื่องจากค่ายนี้มีเด็กเข้าร่วมกว่า 10,000 คนต่อปีและมีการเล่น Blobbing เป็นเวลานานกว่า 18 ปี โดยไม่เคยมีปัญหาใด

แม้ว่า Blobbing จะไม่ได้เป็นกีฬาที่มีความวับซ้อน หรือเสี่ยงอันตรายมากเท่ากีฬาเอ็กซ์ตรีมชนิดอื่น ๆ แต่การป้องกันไว้ก่อนโดยการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันตัว และเล่นในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีความเสี่ยงมากนัก ก็จะช่วยให้ผู้เล่นสนุกสุด ๆ อย่างไร้กังวล

Categories
กีฬาเอ็กซ์ตรีม

Balance Board กระดานฝึกทรงตัว เล่นได้ตั้งแต่เด็กถึงโต

Balance Board หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า กระดานฝึกการทรงตัว หรือ กระดานฝึกความสมดุล แต่ก่อนนั้น Balance Board เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกและโชว์ของสัตว์ในคณะละครสัตว์ ไม่เพียงแต่เป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ท้าทายผู้เล่นเท่านั้น แต่ยังเป็นอุปกรณ์เพื่อใช้ฝึกความสมดุลของร่างกาย ช่วยพัฒนาสมองในด้านการฝึกดนตรีและพัฒนาบุคลิกภาพ

ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือโตเป็นผู้ใหญ่ก็สามารถเล่น Balance Board ได้ในทุกช่วงวัย ยิ่งตอนเป็นเด็กเล็กที่เพิ่มเริ่มถึงวัยเรียนรู้ด้วยแล้ว การได้เล่นกระดานฝึกทรงตัวจะช่วยเด็ก ๆ ได้ฝึกการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดใหญ่ สามารถเล่นได้ทั้งมือและเท้า ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทำงานของระบบประสาทการเคลื่อนไหวให้แข็งแรง

สำหรับวัยผู้ใหญ่ การใช้ Balance Board จะช่วยให้ได้ปรับสมดุลของร่างกาย ผ่อนคลายจากการทำงาน ได้ร่างกายที่กระชับ ตลอดจนกล้ามเนื้อที่แข็งแรง แก้ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน ดังนั้นจะดีมากแค่ไหนถ้าคุณรู้จักวิธีผ่อนคลายร่างกายด้วย Balance Board

8 วิธีฝึก Balance Board ที่สามารถทำได้ในที่ทำงาน

  1. การยืนนิ่งอยู่บนกระดานทรงตัว การนั่งทำงานทั้งวันเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวต่อสุขภาพ แต่พนักงานออฟฟิศหลาย ๆ คนก็มีความจำเป็นต้องใช้เวลาในการทำงานที่ยาวนาน วิธีการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้วยกระดานฝึกทรงตัวด้วยการพยายามยืนนิ่ง เพื่อไม่ให้ขอบกระดานทั้งสองด้านแตะพื้น เป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อขาส่วนบนและส่วนล่าง รวมไปถึงกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวอีกด้วย
  2. การเอนตัวไปข้างหน้า หรือ เอนถอยหลัง การฝึกแบบนี้จะช่วยส่งเสริมความสมดุลทางร่างกายในส่วนของข้อเท้า ทำให้ข้อเท้ามั่นคง เริ่มจากการยืนนิ่งตรงกลางกระดานให้สมดุล ก่อนจะเอียงกระดานไปด้านหน้าอย่างช้า ๆ จนกระทั่งของกระดานสัมผัสพื้น จากนั้นค่อย ๆ ขยับเอนไปด้านหลังจนขอบกระดานสัมผัสพื้นที่ด้านหลังเช่นกัน
  3. การเอนไปด้านข้าง เป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อข้อเท้า การฝึกคล้ายการเอนไปด้านหน้าและหลัง ในระหว่างออกกำลังกายด้วยกระดานสมดุล คุณก็ควรรักษาแกนกลางของร่างกายให้มั่นคงและเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ
  4. การหมุนตามเข็มนาฬิกา การฝึกทักษะนี้ ต้องใช้ทักษะการทรงตัวที่ดี เพื่อความปลอดภัยคุณก็ควรหาที่ยึดเกาะก่อน แล้วค่อย ๆ เอียงกระดานไปด้านหน้าจนติดพื้น จากนั้นก็เริ่มหมุนกระดานไปตามทิศของเข็มนาฬิกาเป็นวงกลม เมื่อครบรอบก็ทำเช่นเดียวกัน แต่กลับทวนเข็มนาฬิกาแทน
  5. การยืนเท้าเดียว เมื่อคุณเริ่มคุ้นเคยกับการยืนสองเท้าบนกระดานแล้ว ลองเปลี่ยนมาเป็นยืนเท้าเดียวดูบ้าง เป็นการท้าทายตัวเองให้ตื่นเต้นอีกแบบหนึ่ง
  6. การเอียงเท้าเดียวไปด้านหน้า และถอยหลัง การทำทักษะนี้จะช่วยเพิ่มความมั่นคงและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อข้อเท้า
  7. การเอียงไปด้านข้างด้วยเท้าเดียว เป็นการเพิ่มความมั่นคงแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อข้อเท้า สามารถป้องกันอาการข้อเท้าพลิกได้เป็นอย่างดี
  8. การใช้เท้าเดียวหมุนกระดานสมดุล วิธีนี้เป็นทักษะที่ท้าทายที่สุด เริ่มด้วยการเอียงหมุนตามเข็มนาฬิกา เมื่อครบรอบก็หมุนกลับตามเข็มนาฬิกา

เมื่อคุณได้ลองใช้ Balance Board แล้ว สิ่งที่คุณจะได้รับอย่างสังเกตได้เลยก็คือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและข้อต่อ ร่างกายจะรู้สึกเมื่อยล้าลดลงเมื่อต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน เพราะฉะนั้น Balance Board ก็นับเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์อย่างมากเลยทีเดียว

Categories
กีฬาเอ็กซ์ตรีม

รู้หรือไม่วันนี้เราฝึกเล่น Roller Blades ผ่านแอปพลิเคชันได้แล้วนะ

ย้อนกลับไปราว ๆ 10 ปีก่อนอุปกรณ์รองเท้าที่มีล้อติดอยู่ที่ที่เรียกกันว่า Roller Blades หรือรองเท้าโรลเลอร์สเก็ตนั้นฮอตฮิตสุด ๆ อาจกล่าวได้ว่าเป็นเทรนด์ของวัยรุ่นในยุคนั้นเลยทีเดียว ในช่วงเวลาต่อมา Roller Blades ได้ถูกผลักดันให้เข้าไปสู่การเป็นหนึ่งประเภทกีฬาและการแข่งขันเอ็กซ์สตรีม แม้ว่ากาลเวลาที่ผ่านไปความสนใจและความนิยมในรองเท้าสเก็ตแบบนี้จะลดน้อยถอยลง แต่สำหรับคนกลุ่มหนึ่งที่นิยมชื่นชอบในกีฬาเอ็กซ์สตรีมก็ยังคงสนใจใน Roller Blades อยู่ และดูเหมือนว่าในช่วงหลัง ๆ มานี้กระแสของ Roller Blades ถูกปลุกกันขึ้นมาอีกครั้ง ที่น่าสนใจก็คือ วันนี้คุณไม่ต้องไปหากูรูผู้เชี่ยวชาญหรือนักกีฬามืออาชีพมาสอนคุณเล่น Roller Blades อีกแล้ว เพราะในตอนนี้แค่คุณเปิดมือถือโหลดแอปพลิเคชันก็สามารถฝึกเล่นได้ด้วยตัวเองเลยทีเดียว

ย้อนรอยความฮอตในยุคบูมของ Roller Blades

Roller Blades หรือที่บางคนเรียกว่าโรลเลอร์สเก็ต ถูกผลิตออกมาให้เป็นรองเท้าทรงสูง มีความแข็งแรงและด้านล่างจะมีติดอยู่ข้างละ 4 ล้อ โดยการติดล้อไว้นั้นจะติดไว้เป็นทางยาวเรียงแถวกัน ว่ากันว่ารูปแบบรองเท้ามีล้อแบบนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคนี้ แต่มีมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 17 แล้ว แต่ในขณะนั้นยังไม่ได้มีรูปร่างเหมือนในปัจจุบัน ในช่วงปี ค.ศ. 1979 มีนักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง ได้เห็นรูปทรงของรองเท้าแบบนี้ และรู้สึกชอบ ต่อมาเขาก็ได้รวบรวมเงินเข้าซื้อกิจการของบริษัทผลิตรองเท้าสเก็ต และนำไอเดียการผลิตรองเท้าติดล้อแบบนี้มาสานต่อ และจึงตั้งชื่อให้กับรองเท้าติดล้อเรียงกันเป็นแนวเดียวกันแบบนี้ว่า Roller Blades

หากจะว่ากันตามจริงแล้ว Roller Blades นั้นมานิยมกันอย่างจริงจังก็ตอนช่วงยุค 90 เริ่มจากความนิยมและมีการพัฒนาออกไปจนกลายเป็นกีฬาเอ็กซ์สตรีม มีการแข่งขันกันอย่างเป็นทางการและมีเวทีการแข่งระดับโลกกันเลยทีเดียว วัยรุ่นในยุค 90 ไม่ว่าจะชาติไหน ๆ ต่างก็ต้องขอได้ลองเล่นกันแทบทุกคน ในยุคนั้นจึงมีคนเก่ง นักกีฬามืออาชีพเกิดขึ้นมากมาย และในช่วงถัดมาความนิยมก็ค่อย ๆ ลดลงไปตามกาลเวลาที่ผ่านไป

วันนี้ไม่ต้องง้อโค้ชฝึกเล่น Roller Blades ด้วยตัวเองก็ได้

วันนี้ความนิยมการเล่น Roller Blades ลดลงไปจากเมื่อสมัยก่อนก็จริง แต่ก็ยังมีคนที่สนใจในอุปกรณ์การเล่นนี้อยู่เรื่อย ๆ ซึ่งวันนี้อาจจะหาโค้ชหรือคนสอนค่อนข้างยาก เพราะจำนวนคนเล่นลดลง แต่ใครที่สนใจและอยากลองเล่นจริง ๆ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะตอนนี้มีแอปพลิเคชันสื่อการสอนเล่น Roller Blades ตั้งแต่เบื้องต้นให้คุณได้เรียนรู้กันแล้ว หลายแอปพลิเคชันทีเดียว มีเป็นคลิปวิดีโอให้ดูพร้อมคำอธิบายอย่างชัดเจน ว่าจะเริ่มเล่นอย่างไร การทรงตัว เคลื่อน ขยับไปข้างหน้า การหยุด การหมุนตัวต้องทำอย่างไรบ้าง โดยจะมีคนทำให้ดูเป็นสเต็ปอย่างละเอียด สามารถที่จะเรียนรู้ฝึกฝนด้วยตัวเองและสามารถทำได้อย่างปลอดภัย ช่วยให้คุณเกิดความมั่นใจที่จะฝึกฝนและเล่นกับอุปกรณ์นี้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น

นี่คือ พัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกใบนี้ ที่สามารถจะทำให้คนที่สนใจในบางเรื่องสามารถที่จะเรียนรู้ฝึกฝนได้ด้วยตนเอง ใครที่อยากเริ่มต้นเข้าสู่วงการกีฬาเอ็กซ์สตรีม และอยากทดลองสัมผัสกับการเล่น Roller Blades แบบเบื้องต้น ลองโหลดแอปพลิเคชันการสอนเล่นนี้มาเรียนรู้กันได้ สอนโดยผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ รับรองคุณจะสามารถฝึกฝนและเล่นได้โดยใช้เวลาไม่นานอย่างแน่นอน

Categories
กีฬาเอ็กซ์ตรีม

Parkour ถึงจะเสี่ยงแต่ก็สนุกและไม่น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด

มีหลายคนเห็นกิจกรรมกีฬาอย่าง Parkour มาแล้วตามคลิป VDO ใน YouTube บางคนเห็นจากภาพยนตร์ และในสิ่งที่นักกีฬา Parkour แสดงให้เราได้เห็นผ่านตากันมานั้น คือ ทักษะสุดยอดที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง การวิ่งและกระโดดข้ามทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า แม้แต่การวิ่งและกระโดดข้ามตึก มีคนหนุ่มไม่น้อยที่ดูแล้วเกิดแรงบันดาลใจอย่างทำได้บ้าง และในขณะเดียวกันก็มีคนอีกจำนวนมากตั้งคำถามว่า กีฬาอะไรทำไมจะต้องเสี่ยงตายขนาดนั้น ทำไมต้องปีนป่ายและทำไมต้องกระโดดข้ามตึกแบบนั้น หลายคนกลัวและไม่สนับสนุนให้ลูกหลานไปเล่น แต่อันที่จริงแล้วกีฬา Parkour ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนมอง

Parkour ต้องเรียนรู้และฝึกฝนอย่างหนัก

กีฬาอย่าง Parkour นั้นปัจจุบันจัดอยู่ในประเภทหนึ่งของกีฬา Extreme ซึ่งเมื่อเอ่ยว่าเป็นกีฬา แน่นอนเลยว่าก็จะต้องมีการฝึกฝนฝึกซ้อมให้เกิดทักษะแบบกีฬาอื่น ๆ ตรงนี้จึงทำให้ Parkour ไม่ใช่เรื่องของการโลดโผนโจนทะยานแบบบ้าระห่ำไร้ความหมาย แต่นี่คือการฝึกทักษะร่างกายอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อก้าวไปให้ถึงจุดสูงสุดของศักยภาพร่างกายและจิตใจ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับกีฬา Extreme ประเภทอื่น ๆ ที่จะต้องเสี่ยงและจะต้องมีความผาดโผนเช่นกัน และก็ไม่ต่างอะไรกับกีฬาศิลปะการต่อสู้ทั้งหลาย ที่จะต้องต่อสู้กับความกลัว ต่อสู้กับศักยภาพของตนเอง

ภาพที่เราเห็นนัก Parkour ทั้งหลาย โชว์ทักษะปีนป่าย กระโดดข้ามสิ่งกีดขวางนั้น ไม่ใช่ว่าจะเป็นพรวสวรรค์ของคน ๆ นั้นเท่านั้น เบื้องหลังของภาพอันน่าทึ่งเหล่านั้น คือการฝึกซ้อมร่างกายอย่างหนัก การวิ่งหลายกิโลเมตร การกระโดดเป็นร้อยเป็นพันครั้ง การโหนบาร์ยกตัวนับพันครั้งมาแล้ว และแน่นอนการบาดเจ็บหลายครั้งหลายคนจากความผิดพลาดในการเล่น ฉะนั้นถ้ามองกันให้ดีนี่ไม่ใช่ความเสี่ยงที่ไร้ความหมาย แต่ก็คือการฝึกฝนร่างกายอย่างหนึ่งเหมือนกับการเล่นกีฬาที่ต้องเข้าปะทะอื่น ๆ นั่นเอง

Parkour สอนให้รู้จักตนเองอย่างแท้จริง

ที่หลายคนชื่นชอบและสนใจในกีฬาอย่าง Parkour ไม่ใช่เพราะอยากเท่ แต่เพราะพวกเขาอยากท้าทายและไปให้ถึงศักยภาพอันแท้จริงของร่างกายตนเอง ซึ่งทุกชนิดกีฬาก็มีแนวคิดเช่นนั้นเหมือนกัน การเล่นเวท เพาะกาย ก็ล้วนแล้วแต่ต้องการรู้ว่าร่างกายและกล้ามเนื้อของตนเองจะเพิ่มพูนสวยงามได้ขนาดไหน หรืออย่างกีฬา Extreme ด้วยกันการแสดงท่าทางผาดโผนบนอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็เพื่อต้องการรู้ว่าศักยภาพในการลอยในอากาศพร้อมกับการควบคุมอุปกรณ์ การจัดระเบียบร่างกายจะทำได้สม่ำเสมอขนาดไหน เมื่อกีฬาเหล่านี้ต้องการให้คนเราไปถึงจุดสูงสุดของศักยภาพตนเอง Parkour จึงไม่ต่างกัน เพราะการจะกระโดดแต่ละครั้ง คนกระโดดจะต้องมีสติ จะต้องรู้ลิมิตของตนเอง กีฬาชนิดนี้จึงไม่ใช่แค่ความท้าทาย แต่ยังสอนคนเล่นให้รู้จักตนเองอย่างแท้จริงด้วย

หนึ่งชนิดกีฬาเอ็กซ์สตรีมที่เริ่มมีคนสนใจมากขึ้นในตอนนี้ อาจจะไม่ถึงกับบูมมาก แต่ Parkour ก็มีตัวตนขึ้นแล้วในโลกใบนี้ และไม่เพียงอยู่ในฐานะกีฬา แต่ยังเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หลาย ๆ คนในการหา Passion ที่แท้จริงของตนเอง นั่นเท่ากับว่าสิ่งนี้ถ้าฝึกฝนอย่างถูกต้องก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวแต่อย่างใด

Categories
กีฬาเอ็กซ์ตรีม

รู้จักให้ลึกขึ้นกับ Motocross หนึ่งกีฬา Extreme ที่ฮิตตลอดกาล

สำหรับในบ้านเราแล้วกีฬาเอ็กซ์สตรีมอย่าง Motocross นั้นอาจไม่บูมมากนัก มีเล่นอยู่เพียงแค่กลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น แต่สำหรับในต่างประเทศ หรือมองกว้างไปในระดับโลกแล้ว ก็ถือว่า Motocross มีคนให้ความสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เป็นกีฬาที่ท้าทายความสามารถของผู้เล่น แม้จะมีความเสี่ย แต่ก็มีคนยอมที่จะเสี่ยงไปกับกีฬาที่ต้องอาศัยรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจแบบนี้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว หากคุณเป็นคนที่ชอบทั้งความเร็ว ความโหด ต้องการเอาชนะอุปสรรคที่ขวางอยู่ตรงหน้า เชิญมารู้จักกับกีฬาเอ็กซ์สตรีมอย่าง Motocross กันได้เลย

ปูพื้นฐานกับเรื่อง Motocross

จริง ๆ แล้ว Motocross ก็คือ การแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบากอย่างหนึ่ง แต่ในระยะต่อมาก็มีการพัฒนาแยกประเภทออกมา เป็นการแข่งวิบาก กับการแข่งแบบผาดโผน ความแตกต่างก็จะอยู่ตรงการข้ามสิ่งกีดขวางและเป้าหมาย มอเตอร์ไซค์วิบากจะต้องอาศัยความเร็วและความมั่นคงในการบังคับรถเพื่อไปให้ถึงเส้นชัย แต่แบบผาดโผนนั้นจะเน้นลีลาลวดลายความยากของท่าทางในการขับขี่ ซึ่งการแข่งขัน Motocross นั้นไม่ได้อาศัยแค่รถมอเตอร์ไซค์แบบ 2 ล้อแบบทั่วไปเท่านั้น ยังมีการแข่งขันโดยใช้รถแบบ ATV ด้วย ซึ่งก็จะมีสีสัน ความสนุก ความโหดหินที่ตื่นเต้นเร้าใจไปอีกแบบ ผู้แข่งขันไม่ใช่เพียงจะต้องบังคับรถเก่งเท่านั้น แต่ยังต้องมีทักษะในการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ชั้นสูงด้วย รวมถึงจะต้องมีพละกำลังความแข็งแกร่งของร่างกายในระดับหนึ่ง ถึงจะสามารถพาตัวเองและรถผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ในสนามแข่งไปได้ ความสนุกสำหรับผู้ชมก็คือ การได้เห็นนักกีฬาฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ รวมถึงความผาดโผนที่ชวนให้หวาดเสียว นี่จึงเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ Motocross เข้าไปนั่งอยู่ในใจใครหลาย ๆ คน

รถแข่ง Motocross มีหลายประเภทเลยนะรู้หรือเปล่า

อย่างที่กล่าวไปคร่าว ๆ ข้างต้นว่า Motocross มีมากกว่าหนึ่งประเภท เพราะเมื่อถูกจัดระบบเข้ามาอยู่ในกีฬาเอ็กซ์สตรีมแล้ว จึงมีการจัดประเภทการแข่งขันแยกย่อยออกไปตามทักษะของนักกีฬา ซึ่งเมื่อมีการแข่งหลายแบบ รถที่ใช้แข่งจึงต้องมีมากกว่า 1 แบบ ซึ่งหลัก ๆ แล้วรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้แข่ง Motocross จะมีอยู่ 3 แบบด้วยกันดังนี้

  • แบบ Motocross – รถประเภทนี้จะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ขนาดค่อนข้างเล็ก น้ำหนักรถจะเบา ซึ่งเหมาะกับลักษณะการขับขี่ในการแข่งจะเป็นการขับในทางที่โหดหินในสนามแข่ง ต้องไต่เนิน ลุยโคลน รถจึงไม่มีการติดตั้งองค์ประกอบอื่นใดที่ไม่จำเป็น
  • แบบ Enduro – รถประเภทนี้จะคล้าย ๆ กับแบบแรก คือยังเน้นเรื่องของน้ำหนักรถที่ต้องเบาไว้เหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมองค์ประกอบบางอย่างเข้ามา อย่างไฟเลี้ยว ไฟท้าย เพื่อใช้ในการขับขี่กลางแจ้งตามป่าเขา
  • แบบ Motard – รถประเภทนี้จะใหญ่กว่าอีก 2 แบบที่กล่าวมาจัดเต็มทุกองค์ประกอบ เพราะต้องใช้กับการขับขี่ทางเรียบในเมือง รถแบบนี้จะจัดเต็มทุกระบบช่วงล่าง ล้อยางต้องเลือกใช้อย่างดี

หากคุณเริ่มสนใจและอยากลองพบกับความท้าทายที่แตกต่าง ก็ลองมาสัมผัสกันได้กับกีฬาเอ็กซ์สตรีมในแบบที่แตกต่างอย่าง Motocross ครั้งนี้ได้รู้จักกับกีฬาชนิดนี้มากขึ้นแล้ว ลองไปสัมผัสของจริงด้วยตัวคุณเองดู เชื่อเลยว่าถ้าได้ลองคุณจะต้องรักกีฬาประเภทนี้แน่นอน

Categories
กีฬาเอ็กซ์ตรีม

กีฬา Extreme ใครว่าเล่นได้เฉพาะหนุ่ม ๆ สาวแซ่บก็ร่วมสนุกได้

ภาพของกีฬา Extreme นั้น คนส่วนใหญ่จะมองว่าเป็นกิจกรรมสำหรับผู้ชาย หรืออาจจะเป็นกิจกรรมยามว่างสุดท้าทายสำหรับคนมีฐานะ แต่เอาเข้าจริงแล้วไม่ใช่แบบนั้น เพราะถ้ามองกันลงไปในจำนวนผู้เล่นกีฬาเอ็กซ์สตรีมประเภทต่าง ๆ ในปัจจุบัน มีสาวแซ่บสาวที่กล้าบ้าบิ่นชอบความท้าทายเล่นกีฬาชนิดนี้แบบต่าง ๆ ไม่น้อยเลยทีเดียว แถมบางคนยังเล่นเก่งถึงขนาดเป็นแชมป์ในการแข่งขันระดับโลกเลยทีเดียว และหากคุณเป็นหนึ่งในสาวใจกล้าที่กำลังมองหากิจกรรมใหม่ ๆ ที่จะมาท้าทายตัวเอง ลองมาเป็นส่วนหนึ่งของกีฬาเอ็กซ์สตรีมกันดูบ้างก็ได้ แล้วจะเริ่มต้นกับประเภทไหนดี เรามีคำแนะนำมาฝาก

Water Ski หลบอากาศร้อนด้วยการโต้คลื่นสุดมัน

ด้วยสภาพอากาศในเมืองไทยที่ร้อนระอุเป็นส่วนใหญ่ การเล่นกีฬาที่เป็นกีฬาทางน้ำก็ช่วยทำให้อารมณ์ในการเล่นนั้นสงบลงและเกิดเพลิดเพลินมากขึ้น กีฬาในกลุ่ม Water Ski ในกีฬาเอ็กซ์สตรีมนั้นก็มีอยู่หลายแบบ แต่ถ้าให้แนะนำในตอนนี้ก็ต้อง Wakeboard เพราะเป็นอะไรที่ฮอตฮิตติดเทรนด์อยู่ในปัจจุบัน ตอนนี้เริ่มมีคนสนใจและเข้ามาเล่นกันเยอะขึ้น ตามแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลหรือทางน้ำหลายแห่งในบ้านเราก็เริ่มมีกิจกรรมการเล่น Wakeboard ให้นักท่องเที่ยวได้สัมผัสด้วย ซึ่งก็ต้องบอกเลยว่ามีผู้หญิงหลายคนสนใจกีฬาชนิดนี้ไม่น้อย การที่ต้องทรงตัวอยู่บนบอร์ดกระดานโต้คลื่นที่มีที่ยึดเท้าไว้แน่นหนา และมือต้องคอยจับเชือกเคเบิลที่โยงกับเรือไว้ ทำให้การโต้คลื่นแบบนี้เป็นอะไรที่ท้าทายและมันสุด ๆ ไปเลย ไม่เพียงสนุกเท่านั้น ยังเป็นการออกกำลังกายที่ดีมากอีกด้วย เพราะการที่จะยืนทรงตัวบนบอร์ดนั้นไม่ใช่เรื่องง่ายเลย จะต้องมีกำลังขาที่ดี ถึงจะยืนทรงตัวได้ และในขณะเดียวกันก็จะได้กำลังแขนไปด้วยจากการที่ต้องคอยจับเชือกเคเบิลเอาไว้ เรียกว่าได้ฝึกกำลังออกกำลังกายในแบบที่สนุกท้าทายไปอีกแบบนั่นเอง

ใครไม่กลัวความสูงก็ต้องลอง Mountain Climbing

กีฬาปีนผา หรือปีนเขานั้นจัดอยู่ในกิจกรรมกีฬา Extreme เหมือนกันซึ่งสาว ๆ รุ่นใหม่รวมถึงเซเลบคนดังทั้งหลาย เริ่มหันมาเล่นกีฬาประเภทนี้กันแล้ว ซึ่งก็ไม่ต้องห่วงเลยว่าการเล่นกีฬานี้จะไปทำลายธรรมชาติที่ไหนอย่างไร เพราะปัจจุบันมีการทำผาจำลองขึ้นมา เป็นที่ฝึกสำหรับนักกีฬาและคนที่สนใจในการปีนผา ซึ่งก็ถือว่าดีกว่าและปลอดภัยมากกว่าการไปปีนหน้าผาหรือภูเขาตามธรรมชาติจริง ๆ เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมกีฬาที่ท้าทายและมีความตื่นเต้นไม่น้อย กิจกรรมนี้ทำให้ได้ออกกำลังกายครบทุกส่วน ต้องฝึกประสาทสัมผัส ฝึกกล้ามเนื้อและการตัดสินใจที่ดี จึงไม่แปลกใจที่สาว ๆ ยุคใหม่จะชอบในการเล่นกิจกรรมนี้

นี่คือสองประเภทกีฬาเอ็กซ์สตรีม ที่อยากแนะนำให้สาว ๆ ยุคใหม่ที่ใส่ใจสุขภาพได้ลิ้มลอง เป็นการออกกำลังกายที่ท้าทายและได้เรื่องสุขภาพแน่นอน ใครที่เบื่อกับการออกกำลังกายในฟิตเนสทั่วไป ลองไปเล่นกันดูได้ ได้สุขภาพร่างกายและยังได้ความสนุกอีกด้วย

Categories
กีฬาเอ็กซ์ตรีม

เรื่องพื้น ๆ ที่ต้องรู้กับการเริ่มต้นเล่น Roller Blades

สำหรับใครที่มีความสนใจในการเล่น Roller Blades ขณะนี้กำลังเริ่มต้นหัดเล่น หลังจากที่จัดหาอุปกรณ์การเล่นและเครื่องป้องกันมาพร้อมแล้ว คำถามต่อไปสำหรับคนที่เพิ่งเริ่มต้นเล่นทุกคนก็คือ จะไปเริ่มเล่นที่ไหน และเริ่มเล่นบนพื้นแบบไหนดี ถึงจะเล่นได้อย่างมั่นใจและปลอดภัย ครั้งนี้เราจึงจะมาแนะนำในเรื่องพื้น ๆ ให้มือใหม่ในการเล่น Roller Blades ได้รู้กัน ว่าเราควรจะเริ่มปูพื้นฐานการเล่นจากพื้นผิวแบบไหนถึงจะปลอดภัยและเป็นการสร้างความมั่นใจที่ดี

มือใหม่จริง ๆ ต้องเริ่มจากพื้นหญ้าหรือพื้นที่มีการปูพรม

ใครที่เพิ่งเริ่มต้นเล่น Roller Blades แบบจริง ๆ คือเพิ่งจะเริ่มมีโอกาสได้สวมรองเท้าสเก็ตเป็นครั้งแรก อย่าคิดว่าต้องไปเริ่มต้นบนพื้นสเก็ตพาร์คต่าง ๆ เพราะเข้าใจว่าที่สเก็ตพาร์คจะมีการทำพื้นเอาไว้รองรับการเล่นโรลเลอร์สเก็ตโดยตรง บอกเลยว่านั่นคือความเข้าใจที่ผิด หากคุณได้ลองสวมรองเท้า Roller Blades ดูแล้วจริง ๆ คุณจะรู้เลยว่าการเคลื่อนตัวไปบนรองเท้าสเก็ตแบบนี้ไม่ง่ายเลย มีความเสี่ยงที่จะล้มลงสูงมากทีเดียว อันตรายเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา เพราะใหม่ ๆ เราจะทรงตัวและควบคุมการเคลื่อนไหวไม่ได้ พื้นผิวที่เหมาะสมกับการฝึกหัดในช่วงแรกจึงควรเป็นพื้นสนามหญ้าที่นุ่ม ๆ หรือพื้นที่มีการปูพรมเอาไว้

หลายคนอาจจะเถียงว่าเล่นที่สนามหญ้า จะเคลื่อนตัวได้อย่างไร พื้นสนามหญ้าจะเต็มไปด้วยความขรุขระ เคลื่อนตัวลำบากแต่นั่นล่ะคือจุดประสงค์ที่แท้จริงที่ต้องการ การที่พื้นสนามหญ้าหรือพื้นที่ปูพรมมีความฝืด ยิ่งเป็นการดีต่อการฝึกฝนในช่วงแรก เพราะรองเท้า Roller Blades จะไม่เคลื่อนหนีเราไปข้างหน้าหรือข้างหลัง ทำให้เราสามารถฝึกทรงตัวและควบคุมทิศทางในการสเก็ตได้ง่ายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

เริ่มชำนาญค่อยขยับมาเป็นพื้นถนน

เมื่อคุณเริ่มเกิดความมั่นใจ เกิดความคล่องตัวในการควบคุมการเก็ตบนพื้นหญ้าหรือพื้นนุ่ม ๆ แล้ว เพราะฝึกฝนมาสักพักแล้ว ก็อย่าเพิ่งกระโดดข้ามขั้นไปเล่นที่พื้นสเก็ตพาร์คต่าง ๆ ขั้นต่อมาคุณควรจะเริ่มฝึกหัดเล่นบนพื้นผิวถนนจริง ๆ บนพื้นถนนที่เป็นยางมะตอย หรือพื้นแบบคอนกรีตที่เราเดินกันอยู่ทุกวันนั่นเอง แต่การฝึกเล่นบนพื้นผิวเหล่านี้จะต้องเพิ่มความระมัดระวังให้มากขึ้นกว่าเดิม เพราะจะต้องระวังเรื่องรถราที่จะเข้ามา รวมไปถึงคนเดินเท้าทั่วไปด้วย อีกสิ่งที่คุณจะพบเจอเมื่อได้ลองเล่นบนพื้นถนนจริง ๆ ก็คือ คุณจะเบรกหรือชะลอความเร็วยากขึ้น เพราะพื้นจะเรียบกว่า นั่นจึงเป็นเหตุผลว่าทำไมจะต้องเพิ่มความระมัดระวังมากขึ้น เมื่อชำนาญแล้วค่อยขยับไต่ระดับไปหาพื้นถนนที่มีความต่างระดับมากขึ้น

ถ้าเริ่มฝึกฝนจากพื้นผิวต่าง ๆ ดังที่กล่าวมาแล้วนี้จนชำนาญ ค่อยก้าวข้ามไปเล่นในพื้นสเก็ตพาร์คต่าง ๆ ซึ่งจะมีทางลาดชัน พื้นที่ต่างระดับให้ลองฝึกลองเล่นมากมายหลายรูปแบบ จำไว้ว่าหากไม่ชำนาญจริง ๆ ควบคุม Roller Blades ยังไม่ดี อย่าเพิ่งเสี่ยงกับพื้นสเก็ตพาร์ค ทั้งหมดนี้คือเรื่องพื้น ๆ สำหรับการฝึกฝนพื้นฐานการเล่น Roller Blades ที่มือใหม่ทั้งหลายควรรู้

Categories
กีฬาเอ็กซ์ตรีม

ทะยานไปในทุกที่ไม่มีสิ่งใดจะหยุดยั้งได้ คุณรู้จักไหมกับ Parkour

คุณเคยชมภาพยนตร์เรื่อง B -13 หรือไม่ ถ้าใครเคยชมภาพยนตร์เรื่องนี้เชื่อเลยว่าคุณจะต้องตื่นตระการตากับความสามารถของตัวละครหลักในเรื่อง ที่วิ่งและทะยานไปแบบลิงทโมน ที่ไม่ว่าจะกำแพง รั้ว หรือตึกต่าง ๆ ก็หยุดการวิ่งทะยานของพวกเขาไม่ได้ และภาพยนตร์เรื่องนี้ก็แทบจะเรียกว่าเป็นเรื่องแรก ๆ ที่ทำให้ทั่วโลกได้รู้จักกับกิจกรรมกึ่งกีฬาที่เรียกว่า Parkour

ความน่าสนใจของ Parkour

Parkour หรือปากัวร์นั้น จะเรียกว่าเป็นกีฬาก็ได้ในปัจจุบัน เพราะวันนี้มีคนสนใจในกิจกรรมนี้มากขึ้นในทั่วทุกมุมโลก และเริ่มมีการเปิดแข่งขันชิงแชมป์กันบ่อยมากขึ้น และถูกจัดว่าเป็นหนึ่งในชนิดกีฬา Extreme แบบใหม่ ที่คนในวงการจะเรียกว่า Street Sport เพราะการแข่งจะใช้เมืองเป็นสนามแข่งขันนั่นเอง Parkour นั้นเป็นคำเรียกจากภาษาฝรั่งเศส ซึ่งนั่นหมายความว่าต้นกำเนิดกีฬาชนิดนี้นั้นเริ่มต้นที่ประเทศฝรั่งเศส ซึ่งผู้ที่ให้กำเนิดจริง ๆ ก็คือนักแสดงที่อยู่ในภาพยนตร์เรื่อง B -13 David Belle นั่นเอง

ความน่าสนใจของปากัวร์นั้นก็คือ การวิ่งข้ามสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นกำแพง ทางต่างระดับ การปีนขึ้นที่สูง การโดดลงที่ต่ำจากพื้นที่ที่สูง การพุ่งกระโจนเข้าไปในซอกเล็ก ๆ ซึ่งการทำเช่นนี้เป็นความสามารถและความท้าทายอย่างมากทีเดียว เรียกว่าเป็นการวิ่งหรือเคลื่อนที่ไปข้างหน้าแบบไม่มีอะไรจะหยุดยั้งได้ ไม่ว่าจะทางเล็กมีหลุมมีบ่อ ทางสูงกระโดดข้ามตึก ล้วนแล้วแต่เป็นภารกิจของปากัวร์ทั้งนั้น หากจะบอกว่ากีฬาชนิดนี้ฝึกคนให้เป็นนินจาก็อาจจะกล่าวได้เต็มปากทีเดียว

Parkour กับ Free running ใช่อย่างเดียวกันไหม

เอาจริง ๆ ถ้ากล่าวว่า Parkour คนส่วนใหญ่จะไม่ค่อยรู้จัก แต่ถ้าบอกว่าเป็น Free running หลายคนจะร้องอ๋อเลย จริง ๆ แล้ว Parkour กับ Free running ก็คือกีฬาชนิดเดียวกัน แต่จะมีความแตกต่างกันในรายละเอียดเนื้อในของการเล่น Free running นั้นจะมีการเติมเรื่องของทักษะยิมนาสติกเข้าไปด้วย นั่นหมายถึงว่าจะมีการกระโดดหมุนตัวตีลังกาเข้าไปในการเล่นด้วย ส่วนปากัวร์จะเน้นการวิ่งข้ามสิ่งกีดขวางมากกว่า ไม่จำเป็นจะต้องพลิกแพลงพิสดาร เพราะการวิ่งและกระโดดข้ามตึกได้ก็พิสดารมากพออยู่แล้ว แบบนี้แล้ว Free running จึงเปรียบเสมือนสิ่งที่แตกแขนงออกมาจาก Parkour อีกที และก็มาพร้อมความยากและความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้น สำหรับในแง่ของกีฬาเอ็กซ์สตรีมในแบบที่เป็นสากล ก็จะเป็นการแข่งขันในรูปแบบของ Free running มากกว่า เพราะการที่มีการพลิกแพลงของท่าทางต่าง ๆ นั้นจะเป็นสิ่งที่ช่วยชี้วัดและตัดสินความเก่งกาจของนักเล่นแต่ละคนนั่นเอง

Parkour จึงเป็นหนึ่งกีฬาและกิจกรรมความท้าทายของคนที่ชอบเสี่ยงและคนที่สนใจในกีฬาเอ็กซ์สตรีม วันนี้อาจจะยังมีคนเล่นและสนใจที่อยู่ในวงจำกัด แต่เชื่อเลยว่าต่อ ๆ ไปถ้ามีการพัฒนาดี ๆ มีผู้ใหญ่สนับสนุน และตัว Parkour มีการจัดลำดับเรียบเรียงมาตรฐานมากขึ้นกว่านี้ กีฬาชนิดนี้จะเริ่มไปไกลและเป็นสากลจนมีจำนวนคนเล่นเยอะขึ้นอย่างแน่นอน ซึ่งจะต้องจับตาดูกันต่อไป