Categories
กีฬาเอ็กซ์ตรีม

Paraski กีฬาเอ็กซ์ตรีมเกิดใหม่จากสองกีฬายอดนิยม

เมื่อนึกถึงกีฬาเอ็กซ์ตรีมร่วมกับฤดูหนาวและหิมะสีขาว กีฬาที่โดดเด่นอยู่ในจินตภาพก็คงเป็นอย่างอื่นไปไม่ได้ นอกเสียจากกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่เรียกว่า “สกี” กีฬาที่ผู้เล่นต้องยืนอยู่บนไม้กระดานแคบ ๆ แล้วไถตัวเองด้วยไม้ค้ำยันให้พื้นกระดานลื่นไถลลงไปตามเนินเขาที่ปกคลุมไปด้วยหิมะสีขาว

คุณและเพื่อน ๆ อีกหลายคนอาจเคยตกหลุมรักเจ้ากีฬาชนิดนี้ จากการการลื่นไถลจากยอดเนินเขาหลบหลีกสิ่งกีดขวางต่าง ๆ ทำให้สัมผัสถึงสายลมเย็นที่ปะทะร่างกายจนได้ความสดชื่นจนลงมาสู่พื้นด้านล่าง แล้วถ้าหากมีกีฬาอีกชนิดที่ตื่นเต้นและเร้าใจกว่าการเล่นสกีธรรมดาทั่วไป คุณอยากลองท้าทายดูสักครั้งไหม วันนี้เราจะแนะนำการเล่นสกีที่มากกว่าการไถไม้กระดานให้คุณได้รู้จัก

Paraski สกีที่มาพร้อมกับร่มชูชีพ

Paraski กีฬาเอ็กซ์ตรีมแนวใหม่ที่ผสานกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ได้รับความนิยมเป็นอันดับต้น ๆ สองชนิดมารวมกัน นั่นคือ “สกี” และ “กระโดดร่ม” สองกีฬาที่มีความโดดเด่นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จนไม่มีใครคาดคิดว่าจะเข้ากันได้ดีจนเกิดเป็นกีฬากระตุกต่อมความท้าทายได้อย่างลงตัวที่เรียกว่า “Paraski”

กติกาการเล่น Paraski นั้นเข้าใจไม่ยาก เมื่อคุณมีประสบการณ์การเล่นสกีในระดับเชี่ยวชาญ ด้วยการใช้ท่า Giant Slalom เล่นสกีลงจากเขาโดยใช้วิธีการเลี้ยวซ้ายสลับขวาในการควบคุมความเร็วไม่ให้เร็วจนเกินไป แต่สิ่งที่เป็นจุดหมายของคุณไม่ใช่ตีนเขาแต่เป็นหน้าผาหิมะ

ผู้เล่นทุกคนจะต้องสวมทั้งรองเท้าสกีและร่วมชูชีพ เมื่อบังคับสกีให้ไถไปด้วยความเร็วที่มากพอจนทำให้ร่มชูชีพที่ติดอยู่ด้านหลังถูกพัดจนยกขึ้นจาพื้นและเริ่มทะยาน ผู้เล่นบางคนที่หลงใหลการล่องลอยอยู่บนอากาศก็จะลอยตัวอยู่เป็นเวลานาน ในขณะที่บางคนท้าทายความตื่นเต้นด้วยการลงสู่พื้นหิมะแล้วไถตัวเองต่อไป ก่อนลอยกลับขึ้นไปบนอากาศอีกครั้ง จนบางทีก็คล้ายการกระโดดไปมาระหว่างเนินเขา เป็นการเล่นกีฬาสองชนิดได้พร้อมกันอย่างไหลลื่นทำให้เป็นการเปิดมุมมองใหม่ของกีฬาเอ็กซ์ตรีมเลยก็ว่าได้

ในปัจจุบันเริ่มมีการเปิดแข่งขันกีฬา Paraski กันอย่างจริงจังเพิ่มมากขึ้น ใช้วิธีการเก็บคะแนนสะสมจากการเล่นสกีตามหลักสูตร Giant Slalom ภายใต้ข้อบังคับ FIS ของสหพันธ์กีฬาสกีนานาชาติ ซึ่งบ่งบอกว่าคุณต้องผ่านการฝึกฝนและสั่งสมประสบการณ์ด้านการเล่นสกีมากพอสมควร คุณถึงจะสามารถร่วมแข่งขัน Paraski นี้ได้

หลังจากไถสกีจนร่มของคุณพาคุณลอยไปในอากาศ สิ่งที่ต้องทำต่อจากนั้นก็คือการบังคับร่มชูชีพให้ลงสู่เป้าหมายได้อย่างแม่นยำ ความยากของกีฬานี้คือการบังคับร่วมชูชีพบนภูมิประเทศที่เป็นเนินเขาหิมะที่มีสภาพภูเขาที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา บนความสูงกว่า 1,000,000 เมตร การลงสู่เป้าหมายที่มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 4-5 เมตร แต่คะแนนจะถูกตัดสินจากไม่ใช้เรื่องง่ายเลยที่คุณจะบังคับให้จอดลงตรงจุดกลางเป้าหมายที่สามารถทำคะแนนให้คุณมากที่สุด

Paraski ถือว่าเป็นกีฬาที่ค่อนข้างใหม่สำหรับกีฬาเอ็กซ์ตรีม หากคุณเริ่มสนใจกีฬาชนิดนี้ ก็อย่าลังเลที่จะเริ่มเรียนรู้ แล้วออกไปท้าทายกีฬาใหม่นี้ด้วยตัวเอง

Categories
กีฬาเอ็กซ์ตรีม

BMX กีฬาคุ้นหูตั้งแต่เด็กจนถึงปัจจุบัน

ในวัยเด็กคุณน่าจะเคยได้ยินคำว่า BMX กันมาบ้าง และจะมีความเข้าใจว่ามันคือชื่อเรียกของจักรยานสองล้อทั่วไป แต่ในความเป็นจริงนั้น BMX ย่อมาจาก Bicycle Motocross เป็นรูปแบบหนึ่งของลักษณะการขี่จักรยานที่กำหนดขึ้นเพื่อเลียนแบบการขับขี่รถจักรยานยนต์ Motocross

BMX เริ่มขึ้นในช่วงต้นของปี 1970 เมื่อเด็ก ๆ ในแถบแคลิฟอร์เนียตอนใต้ได้มีการจัดการแข่งขันจักรยานเสือหมอบบนเส้นทางวิบาก โดยมีพยายามเลียนแบบการแข่งขันการขับรถมอเตอร์ครอสของนักแข่งรถที่มีชื่อเสียงในยุคนั้น BMX เป็นที่นิยมแพร่หลายอย่างมากในสหรัฐอเมริกาและอีกหลายประเทศเช่นกัน เพราะ BMX เป็นกีฬาแนวผจญภัย จักรยานที่ใช้จึงถูกออกแบบขึ้นมาเป็นพิเศษเพื่อลดความเสียหายจากการใช้งานอย่างโลดโผน ซึ่งความโลดโผนโจนทะยานนี้เป็นกิจกรรมสันทนาการที่เด็ก ๆ ไปจนถึงผู้ใหญ่หลายล้านคนทั่วโลกชื่นชอบ จนมีการจัดการแข่งขัน BMX ทั้งในประเภทความเร็วและลีลาเลียนแบบการแข่งขัน Motocross จนได้มีการบรรจุเข้าชิงชัยเหรียญทองเป็นครั้งแรกในมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูร้อน ปี 2008 ณ กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน

สร้างกล้ามเนื้อด้วย BMX

ถ้าคุณมองหากีฬาที่จะสร้างความแข็งแรงของร่างกาย การเล่นกีฬา BMX ก็เป็นการสร้างความแข็งแกร่งให้กับกล้ามเนื้อของคุณในอีกรูปแบบหนึ่ง เพราะเมื่อคุณได้ใช้การขี่จักรยาน BMX เพื่อการออกกกำลังกายอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยการใช้เท้าถีบจักรยาน กล้ามเนื้อขาในส่วนต่าง ๆ ของคุณจะถูกใช้งานในทุกสัดส่วน และในขณะเดียวกันเมื่อคุณยกคันบังคับรถจักรยานของคุณขึ้น เมื่อต้องเผชิญอุปสรรคหรือลูกเล่นบนทางจักรยาน กล้ามเนื้อแขนของคุณก็จะได้รับการบริหารในทุกส่วนเช่นเดียวกัน

BMX ขึ้นชื่อเรื่องความอันตราย

นอกจากเรื่องความสนุกสนานท้าทายแล้ว BMX ยังขึ้นชื่อในเรื่องความอันตรายในอันดับต้น ๆ ของกีฬาเอ็กซ์ตรีมอีกด้วย ซึ่งจะขอยกตัวอย่างความอันตรายเพื่อให้คุณทำความเข้าใจก่อนจะลองเล่นกีฬาชนิดนี้

BMX มีความเร็วที่เป็นอันตราย การควบคุมจักรยานนั้นจะมีความยากขึ้นเมื่อระดับความเร็วของจักรยานเพิ่มมากขึ้น การปั่นจักรยาน BMX จะต้องใช้ความเร็วในระดับสูงโดยไม่มีการหยุดพัก เพราะฉะนั้น ร่างกายของผู้เล่นจำเป็นต้องทำหน้าที่รวมเป็นส่วนหนึ่งของจักรยาน เช่น ขาและเท้ากลายเป็นโช้คช่วยในการรองรับแรงกระแทก สายตาที่แม่นยำเพื่อสังเกตสภาพอุปสรรคที่อยู่ด้านหน้า เป็นต้น จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องฝึกฝนเพื่อพัฒนาทักษะในการบังคับรถจักรยานอยู่สม่ำเสมอ

อาการบาดเจ็บของนักกีฬา BMX ส่วนใหญ่เกิดจากการใช้ความเร็วที่บ้าคลั่ง แต่นักกีฬา BMX ส่วนใหญ่จะบอกเสมอว่า “คุณจะต้องมีความคลั่งไคล้ในกีฬา BMX” ถึงแม้ไม่มีใครอยากได้รับบาดเจ็บหรือเห็นคนอื่นบาดเจ็บเช่นเดียวกัน แต่การเล่นกีฬา BMX นี้ จะทำให้ผู้เล่นได้รับผลกระทบทางร่างกายอย่างหนัก ดังนั้นผู้เล่นจึงต้องอาศัยความคลั่งไคล้ในกีฬาชนิดนี้เพื่อจะได้มองข้ามความเจ็บปวดนั้น และจับจักรยานคู่ใจขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง เพราะมุมมองของคนที่หลงใหล BMX แม้จะเป็นกีฬาอันตรายที่สุด แต่ก็ยอมรับได้ว่าเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ยังสนุกที่สุดเช่นกัน

Categories
กีฬาเอ็กซ์ตรีม

Xpogo กระโดดให้สูงกว่าใคร ๆ ด้วยขากระโดด

Xpogo กีฬาชื่อแปลกที่อาจไม่ค่อยคุ้นหูสำหรับคนไทยอย่างเราสักเท่าไร แต่ถ้าเรียกให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า “ขากระโดด” เราก็คงพอจะนึกภาพออกอยู่บ้าง Xpogo หรือเรียกอีกชื่อ ว่า Extreme Pogo เป็นกีฬาแอ็คชั่นที่มีวิธีเล่นด้วยการขี่บนอุปกรณ์ที่เรียกว่า ขากระโดด (Pogo Stick) และแสดงลีลาอันน่าทึ่ง สร้างความตื่นเต้น ทั้งการกระโดด การเคลื่อนที่ที่พลิ้วไหวเป็นจังหวะ นักกีฬาสามารถแสดงศักยภาพในการกระโดดสูงได้มากกว่า 3 เมตร

จุดเริ่มต้นของ Xpogo เริ่มต้นขึ้นในปี 1999 ชายชาวสหรัฐอเมริกาได้สร้างเว็บไซต์ขึ้นมาเพื่อใช้แบ่งปันรูปภาพและวิดีโอของเขา และมีการรวมตัวของผู้ที่มีแนวคิดอยากสร้างสรรค์กีฬาผาดโผน จนมีการติดต่อกันผ่านเว็บไซต์ ทำให้พวกเขาแบ่งปันเทคนิคและสื่อที่เกี่ยวข้องกับการเล่นกีฬาได้อย่างมีประสิทธิภาพ จนสามารถคิดค้นกีฬา Xpogo ขึ้นมาได้

เมื่อปี 2000 – 2004  นักกีฬา Xpogo ได้เริ่มปรากฏตัวมากขึ้นทั้งในสหรัฐอเมริกาและประเทศอื่น อย่างเช่น เนเธอแลนด์ เพราะได้แรงบันดาลใจจากเว็บไซต์ที่แชร์เรื่องราวและวิดีโอเกี่ยวกับกีฬาชนิดนี้ เมื่อความนิยมในกีฬาชนิดนี้มากขึ้น ก็ส่งผลให้เกิดการร่วมตัวกันเป็นกลุ่มคนที่หลงใหลในกีฬาขากระโดดนี้เพิ่มขึ้น ในช่วงแรกเริ่มเดิมเพียงแท่งเหล็กสปริงที่สามารถหาซื้อได้จากร้านค้าปลีกทั่วไป ใช้การเด้งขึ้นจากพื้น เมื่อแท่งเหล็กเด้งลงพื้น น้ำหนักจะถูกกดอัดกับสปริง และเมื่อดึงขึ้น สปริงที่อัดกลับมาจะช่วยให้ผู้เล่นเด้งกลับขึ้นไปในอากาศ

ในปี 2004 เป็นปีแรกที่อุปกรณ์การเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่เรียกว่า “Extreme sticks” ถือกำเนิดขึ้น ได้รับการพัฒนาให้เหมาะสมกับความผาดโผนที่เพิ่มขึ้นของ Xpogo ซึ่งแทนที่จะใช้สปริงเหล็กเหมือนเก่า ก็เปลี่ยนมาผลิตโดยใช้ยางที่มีความยืดหยุ่นดีกว่าเข้ามาใช้ Xpogo ได้รับรับความนิยมเรื่อยมาจนเริ่มมีการแข่งขันภายนอกประเทศสหรัฐอเมริกา มีการใช้เป็นนักกีฬา Xpogo เข้าร่วมอยู่ในขบวนพาเหรดในแคลิฟอร์เนีย หรือแม้กระทั่งใช้ Xpogo ในโฆษณาของแบรนชุดกีฬาชื่อดังในช่วงโอลิมปิก ณ กรุงลอนดอน

Xpogo ถึงเป็นแค่กระโดด แต่ถ้าพลาดก็เจ็บหนัก

เนื่องจาก Xpogo เป็นกีฬาที่ผู้เล่นต้องถูกแรงส่งให้เด้งลอยขึ้นไปบนอากาศ อุบัติเหตุพื้นฐานที่อาจเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาก็หลีกหนีไม่พ้นการล้มจนร่างกายกระแทกพื้น แต่สิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดในการเล่น Xpogo ก็คือการลื่นล้มที่เกิดจากบางอย่างที่ผิดปกติบนพื้นผิวที่เรียบหรือพื้นผิวลาดเอียง ที่ส่งผลให้เกิดความเสียหายของด้านล่างของอุปกรณ์จนหลุดออกมา และแรงส่งที่รุนแรงจะทำให้ผู้เล่นลื่นล้มศีรษะกระแทกพื้น เพราะเหตุนี้ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬามือสมัครเล่น ตลอดไปจนถึงนักกีฬามืออาชีพก็ยังต้องเตรียมพร้อมสำหรับอุปกรณ์ป้องกันชิ้นสำคัญอย่าง หมวกนิรภัย

ที่เล่ามาเป็นเพียงแค่การแนะนำกีฬาเอ็กซ์ตรีมอีกหนึ่งชนิดที่ได้รับความนิยมมาช้านาน ถ้าหากคุณอ่านแล้วสนใจอยากลองท้าทายความสูงแบบไม่ต้องเดินทางไปถึงภูเขา ลองค้นวีดีโอการเล่น Xpogo ได้ตามแพลตฟอร์มคลิปวิดีโอที่มีอยู่อย่างแพร่หลาย เพื่อเป็นแนวทางในการฝึกฝนได้เช่นกัน

Categories
กีฬาเอ็กซ์ตรีม

เคอร์ลิง (Curling) กีฬาแปลกแต่ลุ้นแรงมาก

หากคุณเป็นแฟนมหกรรมกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว คงจะได้เห็นกีฬาที่ชื่อว่า เคอร์ลิง (Curling) ทำการแข่งขันผ่านตากันอยู่บ้าง กีฬาแปลกที่ต้องใช้ไม้ถู ๆ ไปบนพื้นลานน้ำแข็ง และเห็นวัตถุลักษณะคล้ายหม้อน้ำไหลอยู่บนพื้น ช่างสร้างความฉงนให้ต้องติดตาม คุณรู้หรือไม่ว่าเจ้ากีฬาเคอร์ลิงนี้ก็จัดว่าเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมชนิดหนึ่งด้วยเช่นกัน แม้ความหวาดเสียวจะสู้กีฬาชนิดอื่นไม่ได้ แต่ก็ทำให้ลุ้นกับผลการแข่งขันได้ไม่น้อยเลย

ทำความรู้จักกับ เคอร์ลิง (Curling) กันก่อน

เคอร์ลิงเป็นกีฬาประเภททีมที่มีผู้เล่นในทีม 3-4 คน เริ่มจากผู้เล่นแต่ละทีมเริ่มผลักอุปกรณ์ที่เป็นก้อนหินแกรนิตที่ เรียกว่า สโตน (Stone)ให้ไหลไปบนพื้นลานน้ำแข็ง เพื่อให้ก้อนหินนั้นเข้าใกล้เป้าหมายที่แบ่งศูนย์กลางออกเป็นสี่ชั้น ที่เรียกว่า เฮ้าท์ (House) เป้าหมายคล้ายการเล่นเปตอง แต่เคอร์ลิงจะมีผู้เล่นที่ช่วยกันใช้อุปกรณ์คล้ายไม้ถูพื้นถูไปบนลานน้ำแข็งเพื่อบังคับทิศทางให้เจ้าสโตนเคลื่อนที่ไปใกล้เป้าหมาย ขึ้นอยู่กับการวางแผนและการควบคุมแรงเสียดทานของพื้นน้ำแข็งที่มีต่อก้อนหินที่ไถลบนพื้น เพื่อให้ได้คะแนนมากที่สุด แม้เคอร์ลิงจะเป็นกีฬาที่ไม่ได้เน้นการปะทะทางร่างกาย แต่ผู้เล่นก็มีความจำเป็นจะต้องฝึกฝนตัวเองให้เกิดความแข็งแรงของกล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อหลัง รวมไปถึงลำตัวเพื่อที่จะสามารถใช้ทักษะการถูพื้นน้ำแข็งได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ความเป็นมาของกีฬาที่ใครต่างแซวว่าเป็นกีฬาแม่บ้านนี้ มีการค้นพบหลักฐานว่าเกิดขึ้นในประเทศสกอตแลนด์ ในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16 ซึ่งเป็นอุปกรณ์การเล่นคือก้อนหินแกรนิตที่สลักปี ค.ศ. 1511 และมีบันทึกของทนายความชาวสกอตแลนด์ที่บันทึกถึงการแข่งขันเคอร์ลิงครั้งแรกเมื่อปี 1541 เอาไว้ด้วย ซึ่งเป็นการแข่งขันเคอร์ลิงระหว่างบาทหลวงและญาติ ๆ ที่โบสถ์ Paisley Abbey และคำว่า เคอร์ลิงก็ถูกเรียกเป็นชื่อของกีฬาชนิดนี้เป็นครั้งแรกในเมืองเพิร์ธ ประเทศสกอตแลนด์ ตั้งแต่ปี ค.ศ.1620 เป็นต้นมา           

เคอร์ลิง กีฬาแห่งการแสดงน้ำใจ

สิ่งที่ทำให้กีฬาเคอร์ลิงแตกต่างจากกีฬาประเภทอื่น ๆ อย่างเด่นชัดก็คือหลักน้ำใจนักกีฬาที่ดี ที่เรียกว่า “Spirit of Curling” ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่นักกีฬาเคอร์ลิงจะใช้แสดงน้ำใจต่อคู่ต่อสู้ หลังจากทำการแข่งขันกันแล้วเสร็จจนได้ผู้ชนะ นักกีฬาเคอร์ลิงจะไม่มีการว่ากล่าวฝ่ายตรงข้ามเรื่องความผิดพลาด และไม่แสดงความดีใจจนออกนอกหน้าหรือแสดงกิริยาที่แสดงความเยาะเย้ย รวมถึงการฉลองชัยชนะบนลานน้ำแข็งนั้นจะไม่เกิดขึ้นจนกว่าจะมีการแข่งขันจนได้ทีมผู้ชนะเป็นทีมสุดท้ายของการชิงแชมป์ ซึ่งจะเป็นการร่วมสรรเสริญทีมผู้ชนะอย่างยิ่งใหญ่เลยทีเดียว

เมื่อมีการติดต่อทางการค้าระหว่างประเทศ วัฒนธรรมการเล่นกีฬาเคอร์ลิงก็ได้รับการถ่ายทอดและได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย ได้มีการกำหนดกติกาการเล่นขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี ค.ศ.1838 เคอร์ลิงได้รับการบรรจุเข้าเป็นหนึ่งในมหกรรมกีฬาระดับโลกอย่างกีฬาโอลิมปิกฤดูหนาว ครั้งที่ 1 ที่เมืองซาโมนิกซ์ ประเทศฝรั่งเศส ในปี ค.ศ.1924 และได้ถูกยกเลิกไป จนกระทั่งมีการนำกีฬาชนิดนี้ กลับมาแข่งขันใหม่อีกครั้ง ในปี 1988 เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน

Categories
กีฬาเอ็กซ์ตรีม

สตรีท ลูจจ์ (Street luge) กีฬาอันตรายท้าทายแรงโน้มถ่วง

ถ้าหากคุณรู้จักกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ได้รับความนิยมที่สุดในโลกอย่างสเกตบอร์ด คุณก็น่าจะเคยรู้จักกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่การเล่นต้องอาศัยแผ่นกระดานติดล้อที่มีลักษณะคล้ายสเกตบอร์ดที่ชื่อว่า สตรีท ลูจจ์ (Street luge) แต่การเล่นนั้นแสนจะแตกต่างกับสเกตบอร์ดโดยสิ้นเชิง เพราะสตรีท ลูจจ์ ต้องใช้แผ่นกระดานขนาดใหญ่ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อในผู้เล่นนอนราบลงบนกระดานนี้ ก่อนปล่อยให้ไหลลงจากที่สูงตามแรงโน้มถ่วงของโลก ไถลไปตามทางริมถนน โดยที่ไม่มีเบรกและบังคับความเร็วที่มากกว่า 112 – 164 กิโลเมตรต่อชั่วโมงไม่ได้ นับว่าเป็นกีฬาอีกชนิดหนึ่งที่นับว่าอันตรายมากเลยทีเดียว

กีฬาที่ค้นพบด้วยความบังเอิญ

สตรีท ลูจจ์เกิดขึ้นในแถบแคลิฟอร์เนียตอนใต้ จากนักเล่นกีฬา Downhill Skateboard ที่ค้นพบว่าการเล่นสเกตบอร์ดที่ไถลลงบนถนนของพวกเขาสามารถทำความเร็วได้เพิ่มมากขึ้น เมื่อใช้การนอนราบไปบนแผ่นสเกตบอร์ด จึงเรียกว่า “Laydown Sketebording”

กลางปี 1990 สตรีท ลูจจ์ได้รับความนิยมจนมีการจัดการแข่งขันขนาดเล็กขึ้นในแคนาดา แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย สวิตเซอร์แลนด์ เยอรมนี สวีเดนและสหราชอาณาจักร ซึ่งกติกาจะแตกต่างกันไปในแต่ละท้องที่ แต่หลังจากช่วงปลายปี 1990 ไปจนถึงต้นปี 2000 ความนิยมของกีฬาสตรีท ลูจจ์เพิ่มมากขึ้น และกำลังเติบโตในหลาย ๆ ประเทศ จนปัจจุบันมีผู้หลงใหลในสตรีท ลูจจ์ทั่วโลกกว่า 1,200 คน

เนื่องจากเป็นกีฬาที่มีความอันตราย นอกจากผู้เล่นจะต้องมีทักษะในการเล่นแล้วนั้น ผู้เล่นก็จำเป็นที่ต้องป้องกันการบาดเจ็บของตัวเองด้วยการสวมอุปกรณ์ป้องกัน ซึ่งมีสิ่งที่ประกอบด้วย ดังนี้

  1. หมวกนิรภัยแบบแข็งที่มีสายรัดคาง เพราะ เป็นกีฬาที่ใช้ความเร็วเป็นอย่างมากและในบางครั้งผู้เล่นไม่สามารถควบคุมทิศทางและความเร็วได้ อาจจะทำเกิดอุบัติตุที่กระทบกระเทือนที่ศีรษะไม่มากก็น้อย เพราะฉะนั้นการป้องกันศีรษะของตัวเองจึงเป็นเรื่องสำคัญ
  2. โล่บังใบหน้าหรือแว่นตา เนื่องจากการเคลื่อนที่ด้วยความเร็วจนทำให้เกิดการโต้กันระหว่างใบหน้าและสายลม แถมด้วยการนอนราบที่ทำให้ศีรษะใกล้กับพื้นถนน หากไร้เครื่องป้องกันเหล่านี้ ก็อาจทำให้ใบหน้าและดวงตาได้รับบาดเจ็บ
  3. ชุดหนังหรือชุดป้องกันที่เรียกว่า Kevlar racing suit การไหลลงจากที่สูงด้วยความเร็วกว่า 112 กิโลเมตรต่อชั่วโมง แน่นอนว่าร่างกายของผู้เล่นสตรีท ลูจจ์ จะถูกเสียดสีทั้งจากลมหรือพื้น การสวมชุดปกคลุมร่างกายที่มีความหนาและความยืดหยุ่น จะช่วยปกป้องร่างกายของผู้เล่น รวมถึงช่วยลดแรงเฉื่อยในการไหลลงจากที่สูง ทำให้ได้ท้าทายความเร็วเพิ่มขึ้นอีกด้วย
  4. ถุงมือหนัง หรือ Leather or Kevlar gloves อุปกรณ์สำคัญอีกอย่างที่สำคัญ ที่ช่วยให้ผู้เล่นยึดเกาะกับกระดานได้เป็นอย่างดี และแน่นอนว่าช่วยป้องกันการบาดเจ็บที่มือหากเกิดการเสียดสีกับพื้นถนน
  5. รองเท้า ถึงแม้การเล่นสตรีท ลูจจ์จะเป็นการนอนราบไปกับแผ่นสเกตบอร์ด แต่รองเท้านับเป็นสิ่งสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพราะเมื่อการไหลของสตรีท ลูจจ์ถึงจุดสิ้นสุด ผู้เล่นมักจะใช้เท้าชะลอความเร็ว             

นอกจากทักษะส่วนบุคคลที่จำเป็นอย่างยิ่งในการเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมแล้ว สตรีท ลูจจ์ก็เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่า อุปกรณ์ที่ดีจะช่วยป้องกันอันตรายสร้างความปลอดภัยให้แก่ตัวผู้เล่นก็เป็นส่วนสำคัญนอกเหนือไปจากทักษะส่วนบุคคลที่มี เพราะแม้ว่าจะชอบกีฬาที่ท้าทายโลดโผนแค่ไหน หากเจ็บหนักจากการเล่นกีฬานั้นก็คงไม่สนุกเป็นแน่

Categories
กีฬาเอ็กซ์ตรีม

เด้งให้ตัวลอยกับ Blobbing ถุงลมแห่งฤดูร้อน

ในปัจจุบันการเล่นแนวผาดโผนผจญภัยเริ่มได้รับความนิยมอย่างกว้างขวาง จนทำให้เกิดแหล่งท่องเที่ยวแนวแอดเวนเจอร์เกิดขึ้นมากมาย และแน่นอนว่าภายในสถานที่ท่องเที่ยวที่เน้นการผจญภัยแบบใช้กำลังจะต้องมีเครื่องเล่นที่สร้างความหวาดเสียวกับผู้ใช้บริการ ซึ่งจะขาดไม่ได้เลยกับกิจกรรม Blobbing ที่ถูกจัดเป็นกีฬาทางน้ำกลางแจ้งที่มีกติกาการเล่นไม่ยาก เพียงแค่มีผู้เล่นหนึ่งคนนั่งอยู่ตรงส่วนท้ายของถุงลมขนาดยักษ์ที่ลอยอยู่บนผิวน้ำ เรียกว่า Water trampoline หลังจากนั้น ผู้เล่นอีกหนึ่งหรือสองคนจะกระโดดลงไปยังถุงลมยักษ์ในฝั่งตรงข้าม แล้วผู้เล่นคนแรกก็จะถูกดีดตัวขึ้นไปลอยอยู่ในอากาศก่อนตกลงสู่พื้นน้ำด้านล่าง กิจกรรม Blobbing เป็นที่นิยมมากในค่ายฤดูร้อน ทางแถบอเมริกาเหนือ

Blobbing จากอุปกรณ์ทางการทหารสู่การเล่นสุดมันส์

แต่เดิม Blobs คือถังน้ำมันเชื้อเพลิงขนาดใหญ่ที่เป็นอุปกรณ์ทางการทหาร มีลักษณะเป็นถังเก็บน้ำมันเชื้อเพลงที่ลอยอยู่ข้างเรือ มีลูกเรือที่กระโดดจากเรือสู่ถุงลมยักษ์เป็นครั้งแรก เมื่อเวลาผ่านไปก็เกิดเป็นที่นิยมในหมู่ลูกเรือ แต่มีบันทึกถึงการใช้งานครั้งแรกของ Blobs ว่าเกิดขึ้นที่ค่ายฤดูร้อนก็ตาม จนกระทั่งมีการสร้างถุงลมยักษ์อย่างจริงจังโดยบริษัทในเท็กซัส ในเวลาต่อมาก็ยกเลิกการผลิตลง แต่ในทางกลับกัน Blobs ก็ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนบริษัทอื่น นำไปพัฒนา ออกแบบ และผลิต Blob จนมีรูปแบบเป็นถุงลมขนาดใหญ่ โดยใช้ผ้าไวนิลเคลือบสองชั้น จนมีตัวแทนจำหน่าย Blobs อยู่ในหลาย ๆ ประเทศ แทบทุกมุมโลก

Blobbing ได้รับความนิยมจนได้มีการจัดแข่งขันชิงแชมป์ยุโรป เป็นครั้งแรกเมื่อปี 2011 จนถึงปัจจุบันก็ยังมีการจัดแข่งขันไปทั่วยุโรป แม้จะมีกฎระเบียบเข้มงวดที่เพิ่มขึ้นตามความเหมาะสม แต่ Blobbing ก็ยังคงเป็นกิจกรรมที่สนุกและให้ผู้เล่นได้รู้สึกถึงความอิสระ อย่างไรก็ดี การเล่น Blobbing ผู้เล่นก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยทั้งในฐานะคนที่เป็นฝ่ายกระโดด หรือฝ่ายที่ถูกดีดจนตัวลอย ดังนั้นจึงจำเป็นอย่างมากที่ต้องสวมอุปกรณ์ป้องกันร่างกายอย่าง หมวกกันน็อค อุปกรณ์ความปลอดภัยนี้จะช่วยป้องกันความบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นระหว่างการกระโดดลงบนถุงลมยักษ์ หรือในระหว่างที่ผู้เล่นตกลงน้ำ ผลกระทบจากการปะทะลงบนพื้นผิวของถุงลมยักษ์หรือพื้นผิวของน้ำก็อาจสร้างอันตรายได้ หากไม่ได้รับการป้องกันอย่างถูกต้อง อย่างเช่น เด็กชายคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บขณะเข้าค่ายที่ศูนย์ฟื้นฟู อุบัติเหตุเกิดขึ้นเนื่องจากเด็กชายขาดอุปกรณ์ป้องกัน และได้บิดตัวเมื่อเขากระแทกพื้นน้ำ เขาถูกส่งตัวไปที่ศูนย์พยาบาลโดยเฮลิคอปเตอร์ไปที่ศูนย์การแพทย์สำหรับเด็กในเมืองฟอร์ตเวิร์ธ เพราะเขาหมดสติไปชั่วขณะหนึ่ง นับเป็นอุบัติเหตุร้ายแรงครั้งแรกของค่ายแห่งนี้ เนื่องจากค่ายนี้มีเด็กเข้าร่วมกว่า 10,000 คนต่อปีและมีการเล่น Blobbing เป็นเวลานานกว่า 18 ปี โดยไม่เคยมีปัญหาใด

แม้ว่า Blobbing จะไม่ได้เป็นกีฬาที่มีความวับซ้อน หรือเสี่ยงอันตรายมากเท่ากีฬาเอ็กซ์ตรีมชนิดอื่น ๆ แต่การป้องกันไว้ก่อนโดยการสวมใส่อุปกรณ์ป้องกันตัว และเล่นในสภาพแวดล้อมที่ไม่มีความเสี่ยงมากนัก ก็จะช่วยให้ผู้เล่นสนุกสุด ๆ อย่างไร้กังวล

Categories
กีฬาเอ็กซ์ตรีม

Balance Board กระดานฝึกทรงตัว เล่นได้ตั้งแต่เด็กถึงโต

Balance Board หรือที่เรียกเป็นภาษาไทยว่า กระดานฝึกการทรงตัว หรือ กระดานฝึกความสมดุล แต่ก่อนนั้น Balance Board เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ฝึกและโชว์ของสัตว์ในคณะละครสัตว์ ไม่เพียงแต่เป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ท้าทายผู้เล่นเท่านั้น แต่ยังเป็นอุปกรณ์เพื่อใช้ฝึกความสมดุลของร่างกาย ช่วยพัฒนาสมองในด้านการฝึกดนตรีและพัฒนาบุคลิกภาพ

ไม่ว่าจะเป็นเด็กเล็กหรือโตเป็นผู้ใหญ่ก็สามารถเล่น Balance Board ได้ในทุกช่วงวัย ยิ่งตอนเป็นเด็กเล็กที่เพิ่มเริ่มถึงวัยเรียนรู้ด้วยแล้ว การได้เล่นกระดานฝึกทรงตัวจะช่วยเด็ก ๆ ได้ฝึกการเคลื่อนไหวกล้ามเนื้อมัดใหญ่ สามารถเล่นได้ทั้งมือและเท้า ช่วยส่งเสริมพัฒนาการทำงานของระบบประสาทการเคลื่อนไหวให้แข็งแรง

สำหรับวัยผู้ใหญ่ การใช้ Balance Board จะช่วยให้ได้ปรับสมดุลของร่างกาย ผ่อนคลายจากการทำงาน ได้ร่างกายที่กระชับ ตลอดจนกล้ามเนื้อที่แข็งแรง แก้ปัญหาสุขภาพที่เกิดจากการนั่งทำงานเป็นเวลานาน ดังนั้นจะดีมากแค่ไหนถ้าคุณรู้จักวิธีผ่อนคลายร่างกายด้วย Balance Board

8 วิธีฝึก Balance Board ที่สามารถทำได้ในที่ทำงาน

  1. การยืนนิ่งอยู่บนกระดานทรงตัว การนั่งทำงานทั้งวันเป็นภัยคุกคามที่น่ากลัวต่อสุขภาพ แต่พนักงานออฟฟิศหลาย ๆ คนก็มีความจำเป็นต้องใช้เวลาในการทำงานที่ยาวนาน วิธีการสร้างความแข็งแรงของกล้ามเนื้อด้วยกระดานฝึกทรงตัวด้วยการพยายามยืนนิ่ง เพื่อไม่ให้ขอบกระดานทั้งสองด้านแตะพื้น เป็นการออกกำลังกายกล้ามเนื้อขาส่วนบนและส่วนล่าง รวมไปถึงกล้ามเนื้อแกนกลางลำตัวอีกด้วย
  2. การเอนตัวไปข้างหน้า หรือ เอนถอยหลัง การฝึกแบบนี้จะช่วยส่งเสริมความสมดุลทางร่างกายในส่วนของข้อเท้า ทำให้ข้อเท้ามั่นคง เริ่มจากการยืนนิ่งตรงกลางกระดานให้สมดุล ก่อนจะเอียงกระดานไปด้านหน้าอย่างช้า ๆ จนกระทั่งของกระดานสัมผัสพื้น จากนั้นค่อย ๆ ขยับเอนไปด้านหลังจนขอบกระดานสัมผัสพื้นที่ด้านหลังเช่นกัน
  3. การเอนไปด้านข้าง เป็นการเพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อข้อเท้า การฝึกคล้ายการเอนไปด้านหน้าและหลัง ในระหว่างออกกำลังกายด้วยกระดานสมดุล คุณก็ควรรักษาแกนกลางของร่างกายให้มั่นคงและเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ
  4. การหมุนตามเข็มนาฬิกา การฝึกทักษะนี้ ต้องใช้ทักษะการทรงตัวที่ดี เพื่อความปลอดภัยคุณก็ควรหาที่ยึดเกาะก่อน แล้วค่อย ๆ เอียงกระดานไปด้านหน้าจนติดพื้น จากนั้นก็เริ่มหมุนกระดานไปตามทิศของเข็มนาฬิกาเป็นวงกลม เมื่อครบรอบก็ทำเช่นเดียวกัน แต่กลับทวนเข็มนาฬิกาแทน
  5. การยืนเท้าเดียว เมื่อคุณเริ่มคุ้นเคยกับการยืนสองเท้าบนกระดานแล้ว ลองเปลี่ยนมาเป็นยืนเท้าเดียวดูบ้าง เป็นการท้าทายตัวเองให้ตื่นเต้นอีกแบบหนึ่ง
  6. การเอียงเท้าเดียวไปด้านหน้า และถอยหลัง การทำทักษะนี้จะช่วยเพิ่มความมั่นคงและความแข็งแรงของกล้ามเนื้อข้อเท้า
  7. การเอียงไปด้านข้างด้วยเท้าเดียว เป็นการเพิ่มความมั่นคงแข็งแรงให้กับกล้ามเนื้อข้อเท้า สามารถป้องกันอาการข้อเท้าพลิกได้เป็นอย่างดี
  8. การใช้เท้าเดียวหมุนกระดานสมดุล วิธีนี้เป็นทักษะที่ท้าทายที่สุด เริ่มด้วยการเอียงหมุนตามเข็มนาฬิกา เมื่อครบรอบก็หมุนกลับตามเข็มนาฬิกา

เมื่อคุณได้ลองใช้ Balance Board แล้ว สิ่งที่คุณจะได้รับอย่างสังเกตได้เลยก็คือความแข็งแรงของกล้ามเนื้อและข้อต่อ ร่างกายจะรู้สึกเมื่อยล้าลดลงเมื่อต้องนั่งทำงานเป็นเวลานาน เพราะฉะนั้น Balance Board ก็นับเป็นสิ่งที่ให้ประโยชน์อย่างมากเลยทีเดียว

Categories
กีฬาเอ็กซ์ตรีม

รู้หรือไม่วันนี้เราฝึกเล่น Roller Blades ผ่านแอปพลิเคชันได้แล้วนะ

ย้อนกลับไปราว ๆ 10 ปีก่อนอุปกรณ์รองเท้าที่มีล้อติดอยู่ที่ที่เรียกกันว่า Roller Blades หรือรองเท้าโรลเลอร์สเก็ตนั้นฮอตฮิตสุด ๆ อาจกล่าวได้ว่าเป็นเทรนด์ของวัยรุ่นในยุคนั้นเลยทีเดียว ในช่วงเวลาต่อมา Roller Blades ได้ถูกผลักดันให้เข้าไปสู่การเป็นหนึ่งประเภทกีฬาและการแข่งขันเอ็กซ์สตรีม แม้ว่ากาลเวลาที่ผ่านไปความสนใจและความนิยมในรองเท้าสเก็ตแบบนี้จะลดน้อยถอยลง แต่สำหรับคนกลุ่มหนึ่งที่นิยมชื่นชอบในกีฬาเอ็กซ์สตรีมก็ยังคงสนใจใน Roller Blades อยู่ และดูเหมือนว่าในช่วงหลัง ๆ มานี้กระแสของ Roller Blades ถูกปลุกกันขึ้นมาอีกครั้ง ที่น่าสนใจก็คือ วันนี้คุณไม่ต้องไปหากูรูผู้เชี่ยวชาญหรือนักกีฬามืออาชีพมาสอนคุณเล่น Roller Blades อีกแล้ว เพราะในตอนนี้แค่คุณเปิดมือถือโหลดแอปพลิเคชันก็สามารถฝึกเล่นได้ด้วยตัวเองเลยทีเดียว

ย้อนรอยความฮอตในยุคบูมของ Roller Blades

Roller Blades หรือที่บางคนเรียกว่าโรลเลอร์สเก็ต ถูกผลิตออกมาให้เป็นรองเท้าทรงสูง มีความแข็งแรงและด้านล่างจะมีติดอยู่ข้างละ 4 ล้อ โดยการติดล้อไว้นั้นจะติดไว้เป็นทางยาวเรียงแถวกัน ว่ากันว่ารูปแบบรองเท้ามีล้อแบบนี้ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นในยุคนี้ แต่มีมาตั้งแต่ช่วงศตวรรษที่ 17 แล้ว แต่ในขณะนั้นยังไม่ได้มีรูปร่างเหมือนในปัจจุบัน ในช่วงปี ค.ศ. 1979 มีนักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็ง ได้เห็นรูปทรงของรองเท้าแบบนี้ และรู้สึกชอบ ต่อมาเขาก็ได้รวบรวมเงินเข้าซื้อกิจการของบริษัทผลิตรองเท้าสเก็ต และนำไอเดียการผลิตรองเท้าติดล้อแบบนี้มาสานต่อ และจึงตั้งชื่อให้กับรองเท้าติดล้อเรียงกันเป็นแนวเดียวกันแบบนี้ว่า Roller Blades

หากจะว่ากันตามจริงแล้ว Roller Blades นั้นมานิยมกันอย่างจริงจังก็ตอนช่วงยุค 90 เริ่มจากความนิยมและมีการพัฒนาออกไปจนกลายเป็นกีฬาเอ็กซ์สตรีม มีการแข่งขันกันอย่างเป็นทางการและมีเวทีการแข่งระดับโลกกันเลยทีเดียว วัยรุ่นในยุค 90 ไม่ว่าจะชาติไหน ๆ ต่างก็ต้องขอได้ลองเล่นกันแทบทุกคน ในยุคนั้นจึงมีคนเก่ง นักกีฬามืออาชีพเกิดขึ้นมากมาย และในช่วงถัดมาความนิยมก็ค่อย ๆ ลดลงไปตามกาลเวลาที่ผ่านไป

วันนี้ไม่ต้องง้อโค้ชฝึกเล่น Roller Blades ด้วยตัวเองก็ได้

วันนี้ความนิยมการเล่น Roller Blades ลดลงไปจากเมื่อสมัยก่อนก็จริง แต่ก็ยังมีคนที่สนใจในอุปกรณ์การเล่นนี้อยู่เรื่อย ๆ ซึ่งวันนี้อาจจะหาโค้ชหรือคนสอนค่อนข้างยาก เพราะจำนวนคนเล่นลดลง แต่ใครที่สนใจและอยากลองเล่นจริง ๆ ก็ไม่ต้องกังวล เพราะตอนนี้มีแอปพลิเคชันสื่อการสอนเล่น Roller Blades ตั้งแต่เบื้องต้นให้คุณได้เรียนรู้กันแล้ว หลายแอปพลิเคชันทีเดียว มีเป็นคลิปวิดีโอให้ดูพร้อมคำอธิบายอย่างชัดเจน ว่าจะเริ่มเล่นอย่างไร การทรงตัว เคลื่อน ขยับไปข้างหน้า การหยุด การหมุนตัวต้องทำอย่างไรบ้าง โดยจะมีคนทำให้ดูเป็นสเต็ปอย่างละเอียด สามารถที่จะเรียนรู้ฝึกฝนด้วยตัวเองและสามารถทำได้อย่างปลอดภัย ช่วยให้คุณเกิดความมั่นใจที่จะฝึกฝนและเล่นกับอุปกรณ์นี้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น

นี่คือ พัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไปของโลกใบนี้ ที่สามารถจะทำให้คนที่สนใจในบางเรื่องสามารถที่จะเรียนรู้ฝึกฝนได้ด้วยตนเอง ใครที่อยากเริ่มต้นเข้าสู่วงการกีฬาเอ็กซ์สตรีม และอยากทดลองสัมผัสกับการเล่น Roller Blades แบบเบื้องต้น ลองโหลดแอปพลิเคชันการสอนเล่นนี้มาเรียนรู้กันได้ สอนโดยผู้เชี่ยวชาญจริง ๆ รับรองคุณจะสามารถฝึกฝนและเล่นได้โดยใช้เวลาไม่นานอย่างแน่นอน

Categories
กีฬาเอ็กซ์ตรีม

Parkour ถึงจะเสี่ยงแต่ก็สนุกและไม่น่ากลัวอย่างที่หลายคนคิด

มีหลายคนเห็นกิจกรรมกีฬาอย่าง Parkour มาแล้วตามคลิป VDO ใน YouTube บางคนเห็นจากภาพยนตร์ และในสิ่งที่นักกีฬา Parkour แสดงให้เราได้เห็นผ่านตากันมานั้น คือ ทักษะสุดยอดที่ผ่านการฝึกฝนอย่างหนักหน่วง การวิ่งและกระโดดข้ามทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางหน้า แม้แต่การวิ่งและกระโดดข้ามตึก มีคนหนุ่มไม่น้อยที่ดูแล้วเกิดแรงบันดาลใจอย่างทำได้บ้าง และในขณะเดียวกันก็มีคนอีกจำนวนมากตั้งคำถามว่า กีฬาอะไรทำไมจะต้องเสี่ยงตายขนาดนั้น ทำไมต้องปีนป่ายและทำไมต้องกระโดดข้ามตึกแบบนั้น หลายคนกลัวและไม่สนับสนุนให้ลูกหลานไปเล่น แต่อันที่จริงแล้วกีฬา Parkour ไม่ได้น่ากลัวอย่างที่หลายคนมอง

Parkour ต้องเรียนรู้และฝึกฝนอย่างหนัก

กีฬาอย่าง Parkour นั้นปัจจุบันจัดอยู่ในประเภทหนึ่งของกีฬา Extreme ซึ่งเมื่อเอ่ยว่าเป็นกีฬา แน่นอนเลยว่าก็จะต้องมีการฝึกฝนฝึกซ้อมให้เกิดทักษะแบบกีฬาอื่น ๆ ตรงนี้จึงทำให้ Parkour ไม่ใช่เรื่องของการโลดโผนโจนทะยานแบบบ้าระห่ำไร้ความหมาย แต่นี่คือการฝึกทักษะร่างกายอีกรูปแบบหนึ่ง เพื่อก้าวไปให้ถึงจุดสูงสุดของศักยภาพร่างกายและจิตใจ ซึ่งไม่ต่างอะไรกับกีฬา Extreme ประเภทอื่น ๆ ที่จะต้องเสี่ยงและจะต้องมีความผาดโผนเช่นกัน และก็ไม่ต่างอะไรกับกีฬาศิลปะการต่อสู้ทั้งหลาย ที่จะต้องต่อสู้กับความกลัว ต่อสู้กับศักยภาพของตนเอง

ภาพที่เราเห็นนัก Parkour ทั้งหลาย โชว์ทักษะปีนป่าย กระโดดข้ามสิ่งกีดขวางนั้น ไม่ใช่ว่าจะเป็นพรวสวรรค์ของคน ๆ นั้นเท่านั้น เบื้องหลังของภาพอันน่าทึ่งเหล่านั้น คือการฝึกซ้อมร่างกายอย่างหนัก การวิ่งหลายกิโลเมตร การกระโดดเป็นร้อยเป็นพันครั้ง การโหนบาร์ยกตัวนับพันครั้งมาแล้ว และแน่นอนการบาดเจ็บหลายครั้งหลายคนจากความผิดพลาดในการเล่น ฉะนั้นถ้ามองกันให้ดีนี่ไม่ใช่ความเสี่ยงที่ไร้ความหมาย แต่ก็คือการฝึกฝนร่างกายอย่างหนึ่งเหมือนกับการเล่นกีฬาที่ต้องเข้าปะทะอื่น ๆ นั่นเอง

Parkour สอนให้รู้จักตนเองอย่างแท้จริง

ที่หลายคนชื่นชอบและสนใจในกีฬาอย่าง Parkour ไม่ใช่เพราะอยากเท่ แต่เพราะพวกเขาอยากท้าทายและไปให้ถึงศักยภาพอันแท้จริงของร่างกายตนเอง ซึ่งทุกชนิดกีฬาก็มีแนวคิดเช่นนั้นเหมือนกัน การเล่นเวท เพาะกาย ก็ล้วนแล้วแต่ต้องการรู้ว่าร่างกายและกล้ามเนื้อของตนเองจะเพิ่มพูนสวยงามได้ขนาดไหน หรืออย่างกีฬา Extreme ด้วยกันการแสดงท่าทางผาดโผนบนอุปกรณ์ต่าง ๆ ก็เพื่อต้องการรู้ว่าศักยภาพในการลอยในอากาศพร้อมกับการควบคุมอุปกรณ์ การจัดระเบียบร่างกายจะทำได้สม่ำเสมอขนาดไหน เมื่อกีฬาเหล่านี้ต้องการให้คนเราไปถึงจุดสูงสุดของศักยภาพตนเอง Parkour จึงไม่ต่างกัน เพราะการจะกระโดดแต่ละครั้ง คนกระโดดจะต้องมีสติ จะต้องรู้ลิมิตของตนเอง กีฬาชนิดนี้จึงไม่ใช่แค่ความท้าทาย แต่ยังสอนคนเล่นให้รู้จักตนเองอย่างแท้จริงด้วย

หนึ่งชนิดกีฬาเอ็กซ์สตรีมที่เริ่มมีคนสนใจมากขึ้นในตอนนี้ อาจจะไม่ถึงกับบูมมาก แต่ Parkour ก็มีตัวตนขึ้นแล้วในโลกใบนี้ และไม่เพียงอยู่ในฐานะกีฬา แต่ยังเป็นสิ่งที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้คนรุ่นใหม่หลาย ๆ คนในการหา Passion ที่แท้จริงของตนเอง นั่นเท่ากับว่าสิ่งนี้ถ้าฝึกฝนอย่างถูกต้องก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวแต่อย่างใด

Categories
กีฬาเอ็กซ์ตรีม

รู้จักให้ลึกขึ้นกับ Motocross หนึ่งกีฬา Extreme ที่ฮิตตลอดกาล

สำหรับในบ้านเราแล้วกีฬาเอ็กซ์สตรีมอย่าง Motocross นั้นอาจไม่บูมมากนัก มีเล่นอยู่เพียงแค่กลุ่มเล็ก ๆ เท่านั้น แต่สำหรับในต่างประเทศ หรือมองกว้างไปในระดับโลกแล้ว ก็ถือว่า Motocross มีคนให้ความสนใจไม่น้อยเลยทีเดียว เป็นกีฬาที่ท้าทายความสามารถของผู้เล่น แม้จะมีความเสี่ย แต่ก็มีคนยอมที่จะเสี่ยงไปกับกีฬาที่ต้องอาศัยรถมอเตอร์ไซค์คู่ใจแบบนี้อยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว หากคุณเป็นคนที่ชอบทั้งความเร็ว ความโหด ต้องการเอาชนะอุปสรรคที่ขวางอยู่ตรงหน้า เชิญมารู้จักกับกีฬาเอ็กซ์สตรีมอย่าง Motocross กันได้เลย

ปูพื้นฐานกับเรื่อง Motocross

จริง ๆ แล้ว Motocross ก็คือ การแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบากอย่างหนึ่ง แต่ในระยะต่อมาก็มีการพัฒนาแยกประเภทออกมา เป็นการแข่งวิบาก กับการแข่งแบบผาดโผน ความแตกต่างก็จะอยู่ตรงการข้ามสิ่งกีดขวางและเป้าหมาย มอเตอร์ไซค์วิบากจะต้องอาศัยความเร็วและความมั่นคงในการบังคับรถเพื่อไปให้ถึงเส้นชัย แต่แบบผาดโผนนั้นจะเน้นลีลาลวดลายความยากของท่าทางในการขับขี่ ซึ่งการแข่งขัน Motocross นั้นไม่ได้อาศัยแค่รถมอเตอร์ไซค์แบบ 2 ล้อแบบทั่วไปเท่านั้น ยังมีการแข่งขันโดยใช้รถแบบ ATV ด้วย ซึ่งก็จะมีสีสัน ความสนุก ความโหดหินที่ตื่นเต้นเร้าใจไปอีกแบบ ผู้แข่งขันไม่ใช่เพียงจะต้องบังคับรถเก่งเท่านั้น แต่ยังต้องมีทักษะในการขับขี่รถมอเตอร์ไซค์ชั้นสูงด้วย รวมถึงจะต้องมีพละกำลังความแข็งแกร่งของร่างกายในระดับหนึ่ง ถึงจะสามารถพาตัวเองและรถผ่านอุปสรรคต่าง ๆ ในสนามแข่งไปได้ ความสนุกสำหรับผู้ชมก็คือ การได้เห็นนักกีฬาฟันฝ่าอุปสรรคต่าง ๆ รวมถึงความผาดโผนที่ชวนให้หวาดเสียว นี่จึงเป็นเสน่ห์ที่ทำให้ Motocross เข้าไปนั่งอยู่ในใจใครหลาย ๆ คน

รถแข่ง Motocross มีหลายประเภทเลยนะรู้หรือเปล่า

อย่างที่กล่าวไปคร่าว ๆ ข้างต้นว่า Motocross มีมากกว่าหนึ่งประเภท เพราะเมื่อถูกจัดระบบเข้ามาอยู่ในกีฬาเอ็กซ์สตรีมแล้ว จึงมีการจัดประเภทการแข่งขันแยกย่อยออกไปตามทักษะของนักกีฬา ซึ่งเมื่อมีการแข่งหลายแบบ รถที่ใช้แข่งจึงต้องมีมากกว่า 1 แบบ ซึ่งหลัก ๆ แล้วรถมอเตอร์ไซค์ที่ใช้แข่ง Motocross จะมีอยู่ 3 แบบด้วยกันดังนี้

  • แบบ Motocross – รถประเภทนี้จะเป็นรถมอเตอร์ไซค์ที่ขนาดค่อนข้างเล็ก น้ำหนักรถจะเบา ซึ่งเหมาะกับลักษณะการขับขี่ในการแข่งจะเป็นการขับในทางที่โหดหินในสนามแข่ง ต้องไต่เนิน ลุยโคลน รถจึงไม่มีการติดตั้งองค์ประกอบอื่นใดที่ไม่จำเป็น
  • แบบ Enduro – รถประเภทนี้จะคล้าย ๆ กับแบบแรก คือยังเน้นเรื่องของน้ำหนักรถที่ต้องเบาไว้เหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมองค์ประกอบบางอย่างเข้ามา อย่างไฟเลี้ยว ไฟท้าย เพื่อใช้ในการขับขี่กลางแจ้งตามป่าเขา
  • แบบ Motard – รถประเภทนี้จะใหญ่กว่าอีก 2 แบบที่กล่าวมาจัดเต็มทุกองค์ประกอบ เพราะต้องใช้กับการขับขี่ทางเรียบในเมือง รถแบบนี้จะจัดเต็มทุกระบบช่วงล่าง ล้อยางต้องเลือกใช้อย่างดี

หากคุณเริ่มสนใจและอยากลองพบกับความท้าทายที่แตกต่าง ก็ลองมาสัมผัสกันได้กับกีฬาเอ็กซ์สตรีมในแบบที่แตกต่างอย่าง Motocross ครั้งนี้ได้รู้จักกับกีฬาชนิดนี้มากขึ้นแล้ว ลองไปสัมผัสของจริงด้วยตัวคุณเองดู เชื่อเลยว่าถ้าได้ลองคุณจะต้องรักกีฬาประเภทนี้แน่นอน